2007/May/30

บทที่ 1 การเดินทางของแต่ละคน

หมู่บ้านทาสุทาริในโลกมนุษย์ ซึ่งตั้งอยู่ภายใต้การปกครองของนครแห่งความมืด ขณะนี้ได้ถูกกองโจรที่เรียกว่า "เขี้ยวแห่งความมืด" เข้าปล้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เกิดความตึงเครียดขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดนี้ยังมีชายหนุ่มผู้แฝงไปด้วยพลังคนหนึ่งกำลังฝึกฝนตนเองเพื่อที่จะปกป้องคุ้มครองหมู่บ้าน อยู่ภายในกลางป่าทึบใกล้กับหมู่บ้าน

"คางาโตะ!!! ข้าบอกกี่ครั้งแล้วนะไม่ใช่อย่างนั้น ถ้าเจ้าฟันดาบแบบออกแรงเกินไปแบบนั้น จะทำให้เจ้าแย่ก่อนนะ"

เสียงหญิงสาวดังก้องทั่วทั้งป่า แฝงไปด้วยความโกรธ ชายหนุ่มผู้ซึ่งถูกดุออกอาการเบื่อหน่าย เขารวบผมสีน้ำตาลยาวขึ้นมามัดใหม่อีกครั้ง แล้วส่ายหัวไปมา ดวงตาสีทองบ่งบอกความไม่พอใจ เขานั่งแหมะลงกับพื้นหญ้าทันที

"โธ่..คิริฮะ ศัตรูตัวใหญ่ก็ต้องทำแบบนี้ทั้งนั้นละ" ชายหนุ่มที่ชื่อคางาโตะเถียงข้างๆคูๆ จนหญิงสาวคู่สนทนาอ่อนใจและน้อยใจ ร่างบอบบางสั่นระริก ดวงตาสีม่วงอ่อนของหญิงสาวอ่อนท้นไปด้วยน้ำตา

"ถ้าเจ้าว่าอย่างนั้น..ก็อยู่ในป่านี้คนเดียวไปตลอดละกัน" คิริฮะสะบัดหน้าหันหลังพูดอย่างน้อยใจ ผมสีม่วงอ่อนของเธอไหวตามแรงสะบัด คางาโตะตกใจกับคำพูดของเขาไม่นึกว่าคิริฮะจะน้อยใจขนาดนี้ เขาเองก็คิดว่าตัวเองทำไม่ได้เรื่องเช่นกันที่เถียงคำพูดของพี่สาว

"เอ่อคิริฮะข้าขอโทษ" เขาผุดลุกขึ้นพร้อมกับพูดอย่างขัดเขินระคนตกใจ คำขอโทษที่ไม่ค่อยออกมาจากปากชายหนุ่มบ่อยนัก คิริฮะปาดน้ำตาเมื่อได้ยินคำขอโทษจากคางาโตะ หญิงสาวหันกลับมายิ้มให้ชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน

"เจ้าเองน่ะออกจะใจร้อน ข้าคิดว่าการฝึกดาบของเจ้าต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไปอย่าใจร้อน" คิริฮะมองคางาโตะอย่างเข้าใจ

"ข้าอยากปกป้องหมู่บ้านนี้..หมู่บ้านที่ข้ารัก" คางาโตะพูดพร้อมกับจับดาบแน่นแนบชิดตัว

"งั้นเรากลับกันได้แล้วล่ะ ข้าคิดว่าท่านยายคงคอยอยู่ที่บ้านแล้วล่ะ"

คางาโตะพยักหน้าก่อนเดินตามคิริฮะออกจากป่า

--------------------------------------------------------------------------


ณ. หมู่บ้านทาสุทาริ

หมู่บ้านกลางหุบเขาอันเงียบสงบซึ่งในตอนนี้เป็นอดีตไปแล้ว หมู่บ้านต้องจัดเวรยามอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะสะพานแขวนระหว่างทางเข้าหมู่บ้านซึ่งมีอยู่ทางเดียว เพราะว่ากลุ่มกองโจร "เขี้ยวแห่งความมืด" ได้เข้าปล้มสดมภ์ผู้คนในหมู่บ้านนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อที่จะไม่ให้มีใครต้องได้รับอันตรายถึงกับชีวิตหัวหน้าหมู่บ้านจึงจัดตั้งกองกำลังป้องกันตนเองขึ้น และคางาโตะต้องการที่จะเข้าร่วมในกลุ่มนี้ด้วยถึงแม้ว่าฝีมือของเขายังจะไม่เข้าขั้นก็ตาม บ้านของแม่เฒ่าอยู่แทบจะบนสุดของหมู่บ้าน เกือบริมหน้าผาเลยทีเดียว

เมื่อทั้งคู่เดินเข้ามาในบ้าน ในบ้านที่มืดและเงียบเชียบ แม่เฒ่าที่รออยู่อย่างกระวนกระวายก็ลุกผลุดออกจากเก้าอี้ มองคางาโตะด้วยสายตากังวล

"ไม่มีอะไรหรอกครับท่านยาย ข้าสามารถกำจัดอสูรในป่าไปได้ตั้งหลายตัวเหมือนกันนะ" คางาโตะพูดกอดอกพร้อมยิ้มอย่างมีชัย

คิริฮะถอนหายใจออกมาแล้วส่ายหัว แม่เฒ่าสังเกตุเห็นความก้าวหน้าของคางาโตะ คิดว่าเขาอาจจะจัดการกลุ่มกองโจรที่เข้ามาปล้มสดมภ์ได้งั้นตอนนี้ข้าคิดว่าเจ้าควรที่จะเข้าไปช่วยกองกำลังป้องกันตนเองเข้าทลายกลุ่มกองโจรดู

"ท่านยายจะให้คางาโตะไปจริงรึคะ.!!" คิริฮะอุทาน "งั้นข้าขอไปด้วย" หญิงสาวพูดขึ้นแทบจะทันที และอาสาจะไปร่วมในการต่อสู้ด้วย เธอเกรงว่าคางาโตะซึ่งยังใช้ดาบไม่คล่องเท่าไรจะได้รับอันตราย คางาโตะเห็นคิริฮะออกอาการกังวลเกินไปและอีกใจหนึ่งก็ห่วงคิริฮะด้วยเขาจึงห้ามไม่ให้ไป

"คิริฮะจะไปทำไมน่ะ!! อย่าไปเลย อันตรายออก" คางาโตะพยายามห้ามคิริฮะ แต่ทว่าคงได้ผลตรงกันข้ามเนื่องจากคิริฮะ ทำท่าฮึดฮัดพร้อมกับมองคางาโตะด้วยสายตาโกรธจัด

"ข้าเป็นห่วงคิริฮะนะ ถึงไม่อยากให้ไป" คางาโตะรีบแก้ตัวสุดชีวิต ก่อนสูดลมหายใจเข้าและพูดช้าๆอีกครั้ง

"ฟังนะคิริฮะ ข้าน่ะห่วงคิริฮะมากเลยนะ ข้าไม่อยากให้คิริฮะต้องได้รับบาดเจ็บหรือเป็นอะไรไป เพราะมันคงทำให้ข้าเสียใจไปทั้งชีวิต"

คำพูดช้าๆและหนักแน่นของคางาโตะทำให้หญิงสาวรู้สึกใจชื้นระคนดีใจ คิริฮะมองตาคางาโตะ เธอเห็นความจริงจังและจริงใจของเขาในดวงตาสีทอง ไม่รู้ว่าความหมายของประโยคที่คางาโตะพูดว่าห่วงใย หมายถึงห่วงใยในฐานะพี่สาวหรือในฐานะหญิงสาวคนหนึ่งกันแน่ เพราะคางาโตะไม่ใช่น้องชายแท้ๆของเธอ และเธอคงไม่อาจจะล่วงรู้ความรู้สึกของใครคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเธอได้

"คิริฮะ ขึ้นไปพักผ่อนก่อนเถอะ" แม่เฒ่ากล่าวตัดบท

"อ้อ เดี๋ยวข้าจะออกไปซื้อของข้างนอกก่อนดีกว่า" คิริฮะรีบพูดสวนกลับแล้วก็รีบเดินออกไป คางาโตะได้แต่ยืนนิ่ง เขาไม่รู้ว่าคิริฮะจะโกรธเขาอีกหรือปล่าว แม่เฒ่ามองคางาโตะแวปหนึ่งก่อนที่จะหยิบของสิ่งหนึ่งจากแขนเสื้อ ยื่นให้คางาโตะ

"คางาโตะ นี่คือแหวนแห่งเปลวเพลิง มันจะเป็นเครื่องรางคุ้มครองเจ้า" แม่เฒ่าพูด คางาโตะรับมันมาพร้อมกับขอบคุณแม่เฒ่า

"งั้นข้าขอตัวไปร้านช่างตีเหล็กก่อนนะครับ" แล้วคางาโตะก็วิ่งผลุนออกไปข้างนอกด้วยความดีใจ

"คิริฮะ เจ้ายังอยู่ใช่ไหม??" แม่เฒ่าเปรยขึ้นช้าๆ

คิริฮะซึ่งแอบอยู่ด้านนอกบ้านมองแผ่นหลังคางาโตะที่หายหลับไปในร้านตีดาบ ก่อนที่จะเดินเข้ามาด้านในบ้าน

"มีอะไรรึคะท่านยาย??"

"ข้าฝากคางาโตะด้วยนะ"

"แน่สิคะ คางาโตะเป็นน้องชายข้า"

"ไม่ใช่แค่นั้นหรอก..จับตาดูเขาแทนข้าด้วยละกัน" คิริฮะแปลกใจกับคำพูดของแม่เฒ่าแต่นางก็ไม่ได้ซักไซ้ใดๆ

"เอ่อ..ท่านยาย งั้นข้าขอตัวก่อนนะคะ"

แม่เฒ่าพยักหน้า แล้วคิริฮะก็เดินออกจากบ้านพร้อมกับความกังวลใจ ในคำพูดส่งท้ายของยายเฒ่า

"คางาโตะ ออกเดินทางได้แล้วล่ะ!!" คิริฮะตะโกนเรียกคางาโตะอยู่นอกร้านตีอาวุธ ซึ่งอยู่ไม่ไกลไปจากบ้านของแม่เฒ่า

"คิริฮะ มานี่ทีสิ!!" คางาโตะตะโกนตอบกลับมา ทำให้คิริฮะเดินเข้าไปข้างในร้าน

"มีอะไรเหรอ คางาโตะ"

"นี่ไงเรื่องอาวุธ ข้าจะใช้ดาบใหญ่นี่ดีไหม"

คิริฮะมองดาบใหญ่ในมือคางาโตะก่อนมองดาบขนาดต่างๆกันรอบร้านแล้วตอบกลับ

"ข้าว่าเจ้าอย่าใช้ขนาดใหญ่เลยนะ มันเป็นดาบไว้สำหรับผู้ที่ชินกับดาบแล้ว"

"ข้าก็ชินกับดาบแล้วนะ!!" คางาโตะขึ้นเสียงเล็กน้อย

"ข้าไม่ได้หาว่าเจ้าไม่ชิน แต่จะลำบากในการต่อสู้กับศัตรูกลุ่มใหญ่และว่องไว ดาบขนาดใหญ่จะขาดความคล่องตัว" คิริฮะอธิบายเหตุผลช้าๆ ให้เขาเข้าใจ คางาโตะมองคิริฮะแล้วมองดาบที่ถืออยู่ในมืออย่างเสียดาย

"ถ้าคิริฮะว่างั้น ก็เอาดาบขนาดกลางละกัน" คางาโตะกล่าวแล้วมองคิริฮะ หญิงสาวได้แต่ยิ้มไม่ตอบอะไร

"จริงสิ.คิริฮะข้าจะเลือกดาบให้ คิริฮะยังไม่มีอาวุธประจำตัวเลยนี่นา" คางาโตะพูดจบก็หยิบมีดสั้นยื่นให้คิริฮะ คิริฮะมองมีดสั้นที่คางาโตะเลือกให้

"ทำไมเลือกมีดสั้นให้ล่ะ?"

"ก็คิริฮะ ไวกว่าข้าตั้งเยอะนี่นา เหมาะกับมีดสั้นที่สุดแล้ว ถ้าใช้ดาบคิริฮะจะไม่คล่องแคล่วเท่า" คางาโตะตอบโดยไม่รีรอ

".ขอบใจนะ ขอบใจมาก" คิริฮะยิ้มน้อยๆอย่างอ่อนโยน รับมีดสั้นจากชายหนุ่มมาเหน็บข้างเอว คางาโตะจ่ายเงินแล้วจับมือคิริฮะวิ่งออกจากร้าน

"ไปกันเถอะ คิริฮะ!!"

เมื่อออกจากหมู่บ้านจะต้องเดินข้ามสะพานแขวนจึงสามารถทะลุเข้าป่าแห่งความมืดได้แต่ว่าแต่ละทางแยกของป่าแฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัวต่างกัน ถ้าคนที่ไม่ชินกับเส้นทางสามารถหลงทางอยู่ในป่านี้ได้อย่างง่ายดาย

แต่ทว่าเป็นความคุ้นเคยและความเคยชินของคิริฮะกับคางาโตะที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านและเ
ข้ามาฝึกฝีมือทุกๆวัน ทั้งคู่ถือว่าเป็นเรื่องง่ายที่จะเดินตรงขึ้นไปบนยอดหน้าผาเพื่อสังเกตุการณ์ กลุ่มโจร ในขณะที่ทั้ง2 กำลังเดินขึ้นหน้าผา ทันใดนั้นมีแสงสว่างพาดท้องฟ้าและตกลงสู่เบื้องล่าง แสงสว่างนั้นคือการเดินทางลงมายังโลกมนุษย์ของเหล่าเทพ แรงสะเทือนขณะที่มีแสงสว่างพาดลงมานั้นทำให้หน้าผาเกิดแรงสั่นไหวจนส่วนหนึ่งถล่มลงมา คางาโตะพุ่งตัวมาโอบคิริฮะที่ยืนแข็งตกใจเพื่อป้องกันเศษหินกลุ่มใหญ่ที่ร่วงลงมาจาก
หน้าผา ระหว่างที่คิดว่าไม่รอดนั้นกลับมีแสงสว่างและพลังบางอย่างในตัวของคางาโตะแสดงออกมา

ณ จุดที่แสงสว่างตกลงยังพื้นโลก นั้นคือการเดินทางมายังโลกของฟุชินั้นเอง เมื่อถึงพื้นโลก ฟุชิมองทุกสิ่งทุกสิ่งทุกอย่างบนพื้นโลกด้วยสายตาเบื่อหน่ายก่อนสังเกตุเห็นอาการแปลกๆของซึกิคาเงะ

"ซึกิคาเงะ!!" ฟุชิเดินเข้ามาใกล้ๆซึกิคาเงะ เห็นหญิงสาวหายใจหอบและหมดแรงทรุดนั่งกับพื้น

"ขออภัยค่ะท่านฟุชิ ข้าเพียงแค่หมดแรงนิดหน่อยน่ะคะ" ซึกิคาเงะพยายามลุกขึ้น

"ช่างเถอะ ข้าไม่ได้รีบร้อนอะไร" ฟุชิพูดอย่างเย็นชา

การเดินทางเมื่อครู่เป็นการเดินทางผ่านประตูทะยานฟ้า เป็นการเดินทางเฉพาะของเผ่าเทพเท่านั้น ซึกิคาเงะเองไม่ใช่เผ่าเทพการเดินทางในแต่ละทีคงลำบากพอดู ฟุชิคิดในใจ เขาเองไม่เข้าใจว่าซึกิคาเงะลำบากมากมายทุกอย่างในการติดตามเขาแต่หญิงสาวไม่เคยปริปากบ่นให้เขาเห็นเลยสักครั้งเดียว

"ท่านฟุชิคะ" ซึกิคาเงะเรียก หญิงสาวอาการดีขึ้นมากหลังจากได้นั่งพัก เธอลุกขึ้นจากพื้นมองไปยังฟุชิที่ทำท่างทางเหมือนคิดอะไรบางอย่างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ฟุชิรู้สึกตัวเมื่อซึกิคาเงะเรียกหลายๆครั้ง เขาเลิกคิดฟุ้งซ่านหันไปออกคำสั่งและอธิบายเป้าหมายที่ลงมายังโลก

"หมู่บ้านทาสุทาริ เป็นสถานที่ที่เราจะไป!!!"

.

เมื่อคางาโตะฟื้นขึ้นมา เขาพบคิริฮะมองดูเขาด้วยความเป็นห่วง ชายหนุ่มค่อยๆลุกขึ้นจากกองหินด้วยความยากลำบาก

" คิริฮะ เรารอดงั้นหรือเนี่ย " เขาพูดอย่างงงงวย คางาโตะพึ่งฟื้นเลยเรียบเรียงความทรงจำไม่ค่อยได้ คิริฮะยิ้มน้อยๆแล้วจึงพยักหน้า

" ข้าเองนึกว่าไม่รอดแล้วเหมือนกัน ตอนที่หน้าผาถล่มข้าเองก็ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนตกใจอยู่อย่างนั้น .. เจ้าช่วยข้าไว้นะ " คิริฮะพูดพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน

คางาโตะชอบรอยยิ้มของคิริฮะที่สุด ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยเชื่อฟังคิริฮะเลยก็ตาม เขามองคิริฮะที่อธิบายเหตุการณ์ต่างๆให้เขาฟังอย่างตั้งใจ

" งั้นสรุปว่าแสงนั่นเป็นการเดินทางของเทพที่ลงมายังโลก ข้าไม่เข้าใจพวกเทพไม่เคยสนใจพวกมนุษย์เลยนี่ แล้วจะลงมายังโลกทำไมกัน!!! " คางาโตะตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว อารมณ์โกรธของเขาพุ่งขึ้นมากเมื่อได้ยินเรื่องเทพ คิริฮะจึงเปลี่ยนเรื่องคุยแล้วบอกให้ออกเดินทางกันต่อ

"เดินทางต่อดีกว่านะคางาโตะ เทพจะลงมาที่ไหนก็ไม่เกี่ยวข้องกับเราอยู่แล้วนี่ แล้วก็แถวนี้มีสัตว์อสูรอยู่ด้วย "

คางาโตะลุกขึ้นยืนเดินนำหน้า คิริฮะค่อยๆเดินตามโดยในใจคิดถึงเรื่องที่คางาโตะช่วยชีวิต ขอบคุณนะที่ช่วยข้าไว้ เธอกระซิบเบาๆกับตัวเอง พลันคิดถึงเรื่องที่ท่านยายเคยบอกเอาไว้ ว่าให้คอยจับตาดูคางาโตะไม่ให้คลาดสายตา

-------------------------------------------------------------------------

การเดินทางในป่าที่ไม่คุ้ยเคย สร้างความรำคาญอย่างยิ่งให้กับฟุชิ รวมทั้งมีสัตว์อสูรอยู่ชุกชุมอีกด้วย ถึงแม้ว่าจะเป็นอสูรที่กระจอกในสายตาของเขา แต่การที่ศัตรูแห่มากันมากมายตามทางเรื่อยๆนั้น เริ่มจะทำให้เขาหมดความอดทน เดินทางมาได้ไม่นานนักซึกิคาเงะก็เห็นร่างของใครบางคนล้มนอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างหน้า

"ท่านฟุชิ มีชายคนหนึ่งสลบอยู่ด้านหน้าค่ะ"

ฟุชิเดินตามซึกิคาเงะเข้าไปมองดูใกล้ๆ ผู้ที่สลบอยู่เป็นชายหนุ่มอายุราวๆ 16-18 ปีผมสีทองยาวเล็กน้อยพอดีใบหน้า จัดว่าหน้าตาดีพอสมควร ชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่ประมาณได้ว่ามีอาชีพเป็นนักล่าสัตว์อสูร

"จะทำอย่างไรดีคะ ท่านฟุชิ"

ฟุชิเรียกหอกปรากฏขึ้นบนมือขวาที่ว่างปล่าว พร้อมตั้งท่าจะใช้หอกที่เรียกขึ้นแทงไปยังชายหนุ่มที่สลบอยู่เบื้องหน้า แต่ซึกิคาเงะขอร้องว่าอย่าใช้หอกเทพกับมนุษย์ เขาจึงสลายหอกในมือ และเอื้อมลงไปพลางคิดว่าจะปลุกให้ฟื้น (ความจริงแล้วที่เขาเรียกหอกให้ปรากฏบนมือก็เพื่อปลุกเหมือนกันแต่คงรุนแรงไปหน่อย) แต่ชายหนุ่มแปลกหน้ากลับลืมตาขึ้น ฟุชิกระตุกมือ ตกใจเล็กน้อย ชายหนุ่มค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าๆ

"โชคดีจริงๆเลย!! ข้านึกว่าไม่มีคนผ่านมาซะแล้วนะเนี่ย ไม่งั้นข้าคงตายในป่าแน่ๆ" เขาลุกขึ้นนั่งพร้อมกับร่ายคำพูดยาวจนน่ารำคาญ
"แล้วพวกเจ้าเป็นใครล่ะ ข้าชื่อยู ยินดีที่ได้รู้จักนะ"

"เจ้านี่พูดมากเหมือนกัน ซึกิคาเงะน่าจะให้ข้าปลุกด้วยการใช้หอกเทพนะ" ฟุชิพูดอย่างรำคาญใจ แต่ยูกลับหัวเราะอย่างร่าเริง

"คนชอบบอกกับข้าอย่างนี้บ่อยๆเหมือนกัน ว่าข้าน่ะร่าเริงผิดที่ผิดเวลาเสมอ"

"แล้วเจ้ามาทำอะไรในที่อย่างนี้ล่ะ" ซึกิคาเงะรีบตัดบท

"ข้าต้องการความช่วยเหลือ พวกเจ้าพอจะช่วยได้ไหม จริงด้วย!!! ข้าลืมแนะนำตัว ข้าชื่อยู เป็นนักล่าสัตว์อสูรผู้เชี่ยวชาญอาวุธจำพวกธนู" ยูพูดรัวติดกัน โดยไม่สนใจคนฟังว่ารู้สึกรำคาญแค่ไหน

"เรื่องอะไร??" ซึกิคาเงะย้อนถามอย่างไม่สบอารมณ์

"เอ้อ . ข้าออกมาล่าสัตว์อสูรที่ครอบครองแหวนเจิดจรัสในป่าแห่งความมืดแล้วก็จะเดินทางไปหมู่
บ้านทาสุทาริ แต่ว่า.."

"เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นรึ" ฟุชิถามขึ้นด้วยความสนใจ

"เผอิญข้าหลงทางน่ะ และก็ยังไม่เจอสัตว์อสูรตัวนั้นเลย" หลังพูดจบยูหัวเราะแหะๆ ฟุชิมองยูด้วยสายตาเย็นชา

"ท่านฟุชิ จะช่วยไหมคะ" ซึกิคาเงะหันมาถาม ฟุชิหรี่ตามองอย่างเบื่อหน่าย

"มันอยู่ไหนล่ะ" เขาถามอย่างขอไปที

ยูดีใจออกนอกหน้าเมื่อเห็นว่าฟุชิให้ความช่วยเหลือ เขาเดินไปหยิบธนูที่ตกอยู่ข้างใต้ต้นไม้ใหญ่

"คิดว่ามันอยู่บริเวณนี้ แต่ข้าเดินวนไปมาอยู่หลายรอบแล้ว ไม่เจอซักที" ยูอธิบาย

"เดี๋ยวพวกมันจะเป็นฝ่ายออกตามหาเราเอง" ฟุชิพึมพำกับตนเองก่อนก้าวเท้าออกเดินทางต่อ เขาไม่แปลกใจเลยที่คนจะหลงทางในป่านี้ได้ง่าย

ประการแรกป่านี้เหมือนมีชีวิต ถ้าสังเกตรอบๆจะรู้สึกเหมือนกับทางที่พึ่งผ่านมา คนที่ไม่รู้เรื่องจะเดินวนหลงอยู่ในนี้จนไม่สามารถหาทางออกไปได้และอดตายหรือเป็นอาหารสัตว์อสูร สรุปง่ายๆคนที่เข้ามาในป่านี้ถ้าไม่ใช่คนในหมู่บ้านทาสุทาริย่อมหลงทางแน่นอน

ประการที่สอง นอกจากป่าวงกตแล้วยังมีฝูงสัตว์อสูรจำนวนมากกระจายอยู่ตามส่วนต่างๆของป่า ฟุชิเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าแต่มองไม่เห็นเนื่องจากในส่วนนี้เป็นส่วนที่ลึกที่สุดของป่าจึงมีแต่ต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมากบดบังท้องฟ้า หลังจากเดินมานานยูก็ร้องนั่งพัก

"หยุดพักแปบได้ไหม" พอพูดจบยูเดินไปนั่งแหม่ะบนก้อนหิน ซึกิคาเงะโวยวายขึ้นทันที

"ข้าจะไม่หยุดพักให้เสียเวลาหรอกนะ!!" หญิงสาวโวย

"เจ้าก็เดินทางมานานพักหน่อยก็ได้ซึกิคาเงะ" ฟุชิหันมาทางซึกิคาเงะ ดวงตาเย็นชาของเขามองหญิงสาวเหมือนเป็นคำสั่ง

พอฟุชิพูดจบก็หันหลังพิงต้นไม่ต้นหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆยู ซึกิคาเงะก็ทรุดนั่งลงบนพื้นหญ้าใกล้ๆกับฟุชิ ยูรู้สึกสงสัยขึ้นว่าทำไมหญิงสาวต้องทำตามคำสั่งของชายหนุ่มที่ชื่อฟุชิคนนี้อยู่เสมอ และท่าทางของฟุชิ ก็ไม่เหมือนชาวบ้านธรรมดาที่อยู่ในระแวกนี้ด้วย แต่แล้วความสนใจของเขาก็ต้องเปลี่ยนไป เมื่อสายตาของเขาเหลือบไปเห็นร่างของสัตว์อสูรตัวที่เขาต้องการ เดินอย่างเชื่องช้าออกมาจากพุ่มไม้ใกล้ทางแยกด้านหน้า ลักษณะของมันเหมือนสิงโตผสมลิงและมีหางอยู่ 3 หาง

"อยู่นั่น!!" ยูตะโกนอย่างลิงโลดและไม่ต้องให้บอกซ้ำสอง ฟุชิเรียกหอกให้ปรากฏขึ้นบนมือแล้วกระโดดพุ่งเข้าใส่สัตว์อสูร โดยมีซึกิคาเงะตามไปติดๆ

"ซึกิคาเงะ หยุดมันให้อยู่กับที่ซะ!!" ฟุชิสั่งเสียงกร้าว

"รับทราบค่ะ!!" ซึกิคาเงะรับคำสั่งแล้วดึงมีดสั้นที่เสียบไว้รอบเอวออกมาแล้วขว้างมีดสั้นคู่ใจปักไปยังหางทั้งหมดของสัตว์อสูร มีดสั้นของซึกิคาเงะเคลือบยาพิษไว้ สัตว์อสูรสะบัดตัวไปได้ไม่กี่ทีก็เริ่มนิ่ง แต่ก็ยังมีฤทธิ์อยู่ มันสะบัดตัวอีกครั้งมีดสั้นของซึกิคาเงะก็หลุดออกจากหางทั้งหมด

"ไม่เป็นไรน่า มีข้านักแม่นธนูอยู่ทั้งคน!!!" ยูตะโกนแล้วง้างคันธนูขึ้นเล็งไปยังส่วนหัว

"อย่าซ่าให้มาก เจ้าน่ะยิงไปที่แขนของมันเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวก็พอ แรงยิงธนูแค่นั้น ไม่พอที่จะหยุดลมหายใจของมันหรอก" ซึกิคาเงะพูดใส่ยูซึ่งกำลังง้างคันธนูอยู่ด้านหลังเป็นเชิงสั่ง

"อย่าไปขัดขวางท่านฟุชิ แค่นี้ก็ชนะแล้ว" หญิงสาวยืนมองชัยชนะของฟุชิที่อยู่แค่เอื้อม โดยมียูมองซึกิคาเงะสลับกับฟุชิเป็นระยะๆ เขาลดธนูลงช้าๆอย่างแปลกใจ เขาคิดว่าสายตาที่ซึกิคาเงะมองฟุชินั้นทั้งอ่อนโยนและอบอุ่น รวมทั้งเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและภักดี

ฟุชิกระโดดแทงหอกเข้ากลางหัวของสัตว์อสูร มันร้องโหยหวนอย่างทรมาณก้องไปทั่วทั้งป่าก่อนจะล้มลงสิ้นใจ

"สำเร็จแล้วนะคะ ท่านฟุชิ" ซึกิคาเงะรีบวิ่งไปหาฟุชิ

"นี่ล่ะสิที่เจ้าต้องการ" ฟุชิเดินมาใกล้ยูแล้วยื่นแหวนสีมรกตให้

"ว้าว!! ใช่แล้ว ขอบใจมาก เจ้านี่มันชอบอัญมณีที่มีสีสันน่ะ ข้าก็ไม่รู้ว่ามันจะเก็บไว้ทำไม เมื่อครั้งที่แล้วข้าก็โดนมันไล่ตาม เกือบตายแหน่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ" ยูรับแหวนเจิดจรัสจากฟุชิมาพร้อมกับเล่าวีรกรรมความฉลาดของตนให้ฟัง "เอ้อ . มีอีกเรื่องที่อยากจะถาม นายเป็นเผ่าเทพใช่ไหม ได้ยินเธอเรียกท่านว่า ... ฟุชิ" ยูฉุกคิดขึ้นได้ว่าฟุชิน่าจะเป็นเผ่าเทพมากกว่ามนุษย์เนื่องจากดูลักษณะการต่อสู้และชุดที่สวมใส่

"ใช่ มีอะไร??" ฟุชิตอบห้วนๆ

"ใช่เลยอย่างที่เดาเป๊ะ!! งั้นก็ต้องรู้จักจอมเทพแห่งความสุขน่ะสิ" ยูพูดอย่างดีใจเมื่อรู้ว่าฟุชิเป็นเผ่าเทพจริงอย่างที่เขาคิด เพราะเขาเองก็กำลังตามตัวจอมเทพแห่งความสุขอยู่ ถ้าได้ข่าวสารจากฟุชิคงดีไม่น้อย

"ไม่รู้" ฟุชิพูดปัดๆอย่างรำคาญ

"ว้า คิดว่ารู้ " ยูทำเสียงเสียดาย "นั่นสิเนอะ . ถึงเป็นเทพเหมือนกันก็เหอะ จะให้รู้เรื่องจอมเทพทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้"

"จอมเทพแห่งความสุขมัวแต่สนุกสนานไม่เหมาะสมที่จะเป็นเผ่าเทพ!!" ฟุชิตะโกนอย่างเหลืออด เขาเองถ้าพูดถึงจอมเทพแห่งความสุขทีไรก็มักจะลงเอยด้วยความโมโหสุดขีดอย่างนี้ทุกครั้งเลย

"จะเดินทางต่อหรือยังคะ" ซึกิคาเงะขัดขึ้นเพราะเธอรู้ว่าถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ล่ะก็ การสนทนานี้จะทำให้ฟุชิอารมณ์ขุ่นจนยูอาจจะได้รับอันตราย ฟุชิก้าวเท้าเดินนำหน้าลิ่วๆโดยไม่รีรอ ซึกิคาเงะกับยูเลยจำเป็นต้องวิ่งตาม เมื่อมาถึงหมู่บ้านทาสุทาริ ยูก็ขอตัวออกไปทำธุระของตนเอง

"ไว้เจอกันคราวหน้านะ คราวนี้ข้าเองต้องขอบคุณพวกท่านมากๆ ไม่งั้นข้าคงหลงอยู่ในป่าอีกหลายวันแน่ๆ " ยูพูดขอบคุณแล้วหัวเราะร่าวิ่งหายเข้าไปในหมู่บ้าน

"ข้าไม่อยากเจอเจ้านั่นอีกครั้ง" ฟุชิพูดช้าๆหลังจากยูพ้นสายตาไป

"ท่านฟุชิคะ!! นั่น!!" ซึกิคาเงะชี้นิ้วไปยังหน้าบ้านหลังหนึ่งซึ่งมีชายกลางคนยืนอยู่ ถ้าเปรียบก็คงเหมือนคางคกหน้าตาน่าสยองเดินสองขาได้ กำลังคุยอยู่กับคนในหมู่บ้าน

"คุจากุ" ฟุชิดูท่าทางไม่พอใจเมื่อเห็นชายกลางคนที่ชื่อคุจากุ เขาก้าวเท้าอย่างรวดเร็วเข้าไปหา

"มาทำอะไรที่นี่ ." น้ำเสียงไม่พอใจของฟุชิสื่อออกมาชัดเจน
คุจากุหันมาทางต้นเสียง

"อ้อ ท่านฟุชินี่เอง" คุจากุยิ้มอย่างเสแสร้ง ขนยุบยั่บเต็มคางกับฟันเหลืองๆเวลายิ้มยิ่งทำให้น่ารังเกียจขึ้นเป็นหลายสิบเท่า

"เจ้าไม่สมควรอยู่ที่นี่ รู้อยู่ไม่ใช่หรือไงว่าที่นี่เป็นเขตของข้า" ฟุชิกล่าวเสียงเย็น ความจริงแล้วสมุนของเทพตนอื่นไม่สมควรเข้ามายุ่มย่ามในอาณาเขตที่เขาเป็นคนดูแลอยู่

"อ้อ . ใช่ ใช่ เป็นเขตของจอมเทพแห่งชีวิต ข้าคงลืมไป หึ หึ" เสียงหัวเราะน่าชิงชังยิ่งทำให้ฟุชิรู้สึกเกลียดชังกว่าเดิมทวีคูณ

"แล้วมาทำอะไรที่นี่" ซึกิคาเงะถามห้วนๆ

"โฮ่ะ . เจ้าก็มาด้วยรึ ซึกิคาเงะ ไม่นึกว่าขุนพลเทพที่ยิ่งใหญ่ที่ขึ้นชื่อในเรื่องเกลียดมนุษย์กลับมีมนุษย์คอยติดสอย
ห้อยตาม"

"มันเรื่องของข้า" ฟุชิเริ่มอารมณ์เสีย

"ใช่ เรื่องของเจ้า หึ หึ ข้าไม่มีธุระที่นี่อีกแล้ว ขอตัวก่อน" คุจากุยิ้มอย่างมีเลสนัย รีบเดินข้ามสะพานแขวนออกจากหมู่บ้าน

"ท่านฟุชิคะ เข้าไปพบผู้ใหญ่บ้านของที่นี่ก่อนไหมคะ ข้าคิดว่าคุจากุคงมาทำอะไรไว้ที่นี่แน่ๆ" ซิกิคาเงะกล่าว

"ก็ดี" ฟุชิตอบสั้นๆ

ซึกิคาเงะเดินนำฟุชิเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ใกล้กัน ซึ่งมีชายสูงอายุนั่งอยู่ด้านใน พอชายสูงอายุเห็นทั้งคู่ก็ลุกขึ้น

"พวกท่านคือ??"

"นี่คือขุนพลเทพฟุชิค่ะ ข้าคือผู้ติดตาม" ซึกิคาเงะแนะนำฟุชิและตนเอง

"อ้อ!! ท่านขุนพลเทพ ข้ากำลังมีเรื่องที่ต้องการความช่วยเหลืออยู่พอดี ที่นี่เจอปัญหาหลายอย่าง อย่างแรกสัตว์อสูรที่อยู่ในแถบนี้คุ้มคลั่งกันหมดข้าไม่ทราบว่าเพราะอะไร และก็อีกเรื่องคือกลุ่มโจรที่ ." ยังไม่ทันที่หัวหน้าหมู่บ้านจะพูดจบ ฟุชิก็กล่าวขัดจังหวะ

"ข้าจะจัดการเรื่องอสูรเท่านั้น เรื่องอื่นพวกเจ้าจัดการกันเอง" ฟุชิได้รับคำสั่งมาเพียงแค่จัดการอสูร เขาจะไม่ช่วยในสิ่งที่มนุษย์สามารถทำได้แต่ไม่ยอมลงมือลงแรงเองเด็จขาด

หัวหน้าหมู่บ้านเงียบไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ เขาก็คิดไว้แล้วเหมือนกันว่าเรื่องอาจจะไม่ได้รับการช่วยเหลือในเรื่องอื่นนอกจากเรื่องสัตว์อสูร

"งั้นท่านต้องการอะไรตอบแทนล่ะ"

"คุจากุพูดอะไรไว้!! ข้าไม่ต้องการค่าตอบแทนหรอกนะ" ฟุชิฟังคำแล้วฉุนขาด

"ปล่าวครับ เพียงแค่ .." หัวหน้าหมู่บ้านเดินไปเปิดประตูอีกห้องและบอกให้ฟุชิเข้าไปดูเอง "มีคนที่อยากพบท่านน่ะครับ"

ฟุชิเดินเข้าไปในห้องที่มืดสลัว แล้วชะงัก เมื่อเห็นเงาด้านหลังที่ คุ้นเคย

"เจ้าหญิงคาซุระ!!" ฟุชิร้อง

"ท่านฟุชิ!!" เด็กสาวซึ่งมีเรือนผมสีชมพูสดใสรับกับใบหน้าที่ร่าเริงมีชีวิตชีวา ซึ่งมีศักดิ์เป็นเจ้าหญิงแห่งเผ่าเทพในตระกูลใบไม้ กระโดดออกมาจากเงามืด กอดเอวชายหนุ่มแน่น

"ข้ามารอที่นี่ตั้งนานแน่ะเพราะรู้ว่าฟุชิต้องมาที่นี่ แต่ไม่มีใครในนครแห่งพสุธารู้หรอกนะว่าข้าหนีออกมา" เจ้าหญิงคาซุระบอกอย่างภูมิใจ พร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

"อ๊ะนั่น!!" เด็กสาวดีใจได้ไม่นานก็หน้าบูด พอเหลือบไปเห็นซึกิคาเงะยืนอยู่หลังฟุชิ

"ฟุชิเกลียดมนุษย์ไม่ใช่หรอ ทำไมถึงอยู่กับมนุษย์ล่ะ" เธอร้องขึ้นอย่างสงสัย

"ไม่ใช่ว่าจะเป็นใครก็ได้นี่ ข้าไม่คิดว่าการที่มีซึกิคาเงะอยู่ข้างๆข้าจะเป็นเรื่องเสียหายอะไร" ฟุชิตอบ

"เชอะ!!" เจ้าหญิงคาซุระฟังฟุชิตอบอย่างไม่สบอารมณ์ เธอเชิดหน้าใส่ซึกิคาเงะอย่างเห็นเป็นศัตรู

"แล้วรับอะไรมาจากชาวบ้าน" ฟุชิถาม

"ข้ารับข้อมูลของสัตว์อสูรมาเท่านั้นเอง คุจากุมาพูดอะไรไว้ไม่รู้แต่ข้าก็บอกไปแล้วว่าที่นี่ไม่ใช่ถิ่นของเขา ท่านฟุชิ!!ให้ข้าเดินทางไปด้วยนะ" เด็กสาวอ้อนขอไปด้วย

"ไม่ได้!! มันอันตรายเจ้าก็รู้" ฟุชิห้ามเสียงเฉียบขาด

"ทำไมซึกิคาเงะถึงไปได้ล่ะ หล่อนเองก็แค่มนุษย์เท่านั้นเอง ให้ข้าเผ่าเทพไปช่วยท่านยังจะดีซะกว่า ."

"ซึกิคาเงะเป็นผู้ติดตามข้า ซึ่งข้าเลือกเองมากับมือ นางเป็นคนที่มีความสามารถในการต่อสู้และหาข่าวสารมากที่สุด ถึงจะไม่ใช่เผ่าเทพแต่นางก็ยังมีความสำคัญ"

ซึกิคาเงะฟังคำที่ฟุชิพูดโต้ตอบกับเจ้าหญิงคาซุระแล้วรู้สึกดีใจอย่างมาก แต่เธอเองก็เก็บความรู้สึกดีใจนี้ซ่อนไว้ให้ลึกที่สุดเพราะว่าเธอเป็นแค่มนุษย์แต่ฟุชิเป็นถึงขุนพลเทพ ถึงเธอจะรักและเทิดทูนฟุชิแค่ไหน แต่เทพกับมนุษย์ก็ไม่สามารถรักกันได้ และอีกอย่างฟุชิเห็นเธอเป็นเพียงแค่ผู้ติดตามที่มีความสามารถเท่านั้น

"ท่านฟุชิคะ พาไปด้วยก็ดีนะคะเพราะท่านคาซุระคงยังไม่สามารถกลับขึ้นไปนครลอยฟ้าได้ ยังไงก็ให้ท่านเดินทางไปส่งท่านคาซุระให้ถึงเมืองของจอมเทพแห่งใบไม้จะดีกว่า เพื่อความปลอดภัยของท่านคาซุระเอง" ซึกิคาเงะช่วยพูดเกลี้ยกล่อมฟุชิให้เจ้าหญิงคาซุระ

"เจ้าคิดอย่างนั้นรึ" ฟุชิถาม เขายืนกอดอกพลางครุ่นคิด

"ค่ะ ยังไงซะเจ้าหญิงคาซุระก็ยังเป็นเด็กอยู่ จะออกเดินทางจากที่นี่ไปคนเดียวก็อันตราย" ซึกิคาเงะกล่าวพลางยิ้มน้อยๆ

"เอาอย่างนั้นก็ได้" ฟุชิเริ่มโอนเอียงไปตามความคิดของซึกิคาเงะ

"ตกลงข้าจะพาไปด้วย"

"ข้าจะไม่ขอบใจเจ้าหรอกนะ!!" เจ้าหญิงคาซุระตะโกนใส่หน้าซึกิคาเงะ ซึ่งซึกิคาเงะได้เพียงแต่ยิ้มตอบโดยไม่ได้พูดโต้ตอบอะไรกลับไปสักคำเดียว


-------------------------------------------------------------------------

ทางด้านคางาโตะกำลังเดินทางไปยังฐานกบดานของกลุ่มโจรที่ซ่องซุมกำลังอยู่กลางป่าตามที่ได้สังเกตเห็นจากบนหน้าผา

"ไปตามทางด้านตะวันออกเรื่อยๆใช่ไหมคิริฮะ" คางาโตะถาม ในขณะที่ตนเองฟาดดาบใส่กิ่งไม้ที่ขวางทางด้านข้าง

"ใช่แล้ว เดินตามทางไปเรื่อยๆ" คิริฮะตอบ พยายามสังเกตข้างทางเผื่อว่าจะได้ไม่หลง แต่แล้วเท้าเธอก็สะดุดสายอะไรบางอย่าง .

"บ้าจริง!!" คางาโตะสบถ เมื่อทั้งเขาและคิริฮะติดอยู่ในตาข่ายขนาดยักษ์ที่หล่นลงมาจากต้นไม่ใหญ่ด้านบน

"นี่มันกับดักนี่!!" คิริฮะพยายามดึงตาข่ายขนาดยักษ์ออก

"หัวหน้าทางนี้!!!" เสียงผู้ชายหลายคนตะโกนมาจากด้านหลังคางาโตะ เพียงแค่ไม่กี่นาทีกลุ่มโจรราวๆสิบคนก็ออกมาล้อมวงมุงดูทั้งคู่ที่ติดอยู่ในกับดักที
่พวกของตนช่วยกันทำขึ้นมา

"โห ได้ตั้งสองคน คราวนี้จะเรียกคนละเท่าไหร่ดี" ชายวัยกลางคนตัวสูงโย่ง หนวดเครารุงรัง สวมเสื้อผ้าสกปรกๆท่าทางเจ้าเล่ห์ ดูท่าคงเป็นหัวหน้าโจร คางาโตะคิด เดินฝ่ากลุ่มพรรคพวกของตัวเองออกมาจ้องคางาโตะกับคิริฮะราวกับเห็นเป็นอัญมณีมีค่า

"ผู้หญิงสวยดีนะหัวหน้า" หนึ่งในกลุ่มโจรที่มุงดูพูดขึ้น

"อย่ามายุ่งกับคิริฮะ!!" คางาโตะตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด

"คางาโตะ . " คิริฮะมองสีหน้าที่เดือดดาลของคางาโตะอย่างงงัน

"ข้าไม่สนผู้หญิงว่ะ ไอ้หนู พวกผู้หญิงพูดมากเหมือนกันหมด" หัวหน้าโจรพูดอย่างรำคาญ "เอาพวกมันไปเก็บในถ้ำ ข้าจะไปกินเหล้าต่อ" หัวหน้าโจรสั่ง

หลังจากที่กลุ่มโจรนำคางาโตะและคิริฮะเข้าไปขังในคุก ภายในถ้ำที่ซ่อนของพวกตนแล้ว ก็ออกมาตั้งวงกินเหล้า ร้องรำทำเพลงกันด้านนอกถ้ำ

"ไม่เป็นไรนะคิริฮะ เมื่อข้าเห็นพวกมันจับแขนคิริฮะซะแน่น" คางาโตะจับมือคิริฮะขึ้นพลางมองต้นแขนที่แดงเป็นรอย

"ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้เอง ถ้าข้ามีมีดสั้นที่เจ้าซื้อให้ล่ะก็ ." คิริฮะถอนหายใจ

"แหมห่วงกันจริงนะ พวกเจ้าเป็นคู่รักในหมู่บ้านที่โดนจับมารึไง" เสียงอิจฉาของเด็กสาวดังมาจากคุกฝั่งตรงข้าม

"ใครน่ะ!!" คิริฮะหันขวับมาทางต้นเสียง แต่ความมืดของถ้ำทำให้ไม่เห็นตัวของเจ้าของเสียง

"ที่ถูกจับมานี่เพราะพวกเจ้าต้องการสมบัติของโจรใช่ไหม งั้นเรามาร่วมมือกันไม่ดีกว่าหรอ" เสียงของเด็กสาวยังพูดต่อ

"ไม่ใช่นะ พวกเรามาเพื่อกำจัดโจร" คางาโตะตอบ

"งั้นเหรอ งั้นเรามาแลกเปลี่ยนกันไหมล่ะ"

"แลกเปลี่ยน??" คางาโตะทวนคำ

"ข้ามีกุญแจที่ซ่อนไว้แต่ไม่มีโอกาสใช้ . พวกมันผลัดกันเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง" เสียงเด็กสาวตอบกลับอย่างไม่พอใจ

"แล้วจะให้ช่วยยังไง " คิริฮะถามกลับ น้ำเสียงไม่พอใจพอๆกัน คงเพราะเธอยังตะขิดตะขวงใจในคำพูดที่เด็กสาวลึกลับพูดพล่อยๆออกมาในตอนแรก

"เอางี้ล่ะกัน ข้าจะโยนกุญแจไปให้ ให้พวกเจ้าลองไขก่อน พอไขประตูคุกทางโน้นได้แล้ว ก็ค่อยออกมาไขประตูคุกทางนี้" เด็กสาวตอบกลับ

"ตกลง" คางาโตะรับข้อเสนอ

หลังจากลองผิดลองถูกไม่นานคางาโตะก็ไขประตูคุกออกจนได้ พอประตูคุกเปิดออก เขาก็เดินตรงไปยังคุกฝั่งตรงข้ามเพื่อไขประตูให้กลับบุคคลลึกลับที่ให้กุญแจเขาเมื่อ
ครู่ ร่างที่ออกมาจากคุกฝั่งตรงข้ามปรากฏว่าเป็นสาวน้อยคนหนึ่ง ท่าทางร่าเริง แก่นแก้ว เหมาะเจาะกับการแต่งกายที่ทะมัดทะแมง ผมยาวสลวยสีส้มถูกรวบขึ้นเป็นทรงหางม้า ดวงตาสีเขียวอ่อนฉายความมีชีวิตชีวา

"ขอบใจพวกเจ้ามากเลยนะ" เด็กสาวกล่าวอย่างร่าเริง ทั้งคางาโตะและคิริฮะถึงกับงุนงงเมื่อเห็นเด็กสาวที่ท่าทางไม่น่าจะอายุเกิน 15 เดินออกมาทักทายและขอบคุณ

"ข้าชื่อ ชูออน ยินดีที่ได้รู้จัก" เด็กสาวแปลกหน้าหันมาทางคางาโตะ

"เอ่อ ข้า คางาโตะ ส่วนนี่พี่สาวข้าชื่อ คิริฮะ" คางาโตะแนะนำตัวเขากับคิริฮะ

"เอ๋??? แค่พี่สาวหรอ เห็นคุยกันซะหวานเลี่ยน นึกว่าคู่รักที่ไหนซะอีก" ชูออนร้องเสียงสูงขึ้นทันทีเมื่อรู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน

"นั่นเจ้าใช้ปากพูดหรือว่าใช้อย่างอื่นพูดกันแน่!!!" คิริฮะขึ้นเสียงอย่างเหลืออด

"ใจเย็นๆคิริฮะ . " คางาโตะหันมาปรามคิริฮะ ก่อนหันมาทางเด็กสาวหน้าใหม่ "พวกเราไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ . เข้าใจหรือยัง"

"เข้าใจ .. ตกลงพวกเจ้าจะช่วยข้าใช่ไหม" เด็กสาวยิ้มรับอย่างว่าง่าย

"ใช่ . เพราะพวกนั้นทำความเดือดร้อนให้หมู่บ้านของเรา" คางาโตะกล่าว

"งั้นเอางี้ .. " ชูออนเริ่มวางแผน "ข้ามียาพิษมันจะกระจายตัวในอากาศ ข้าคิดว่าต้องมีใครซักคนเป็นตัวล่อแล้วข้าจะจัดการโปรยยาพิษใส่พวกมัน"

"ตัวล่อ!!! เจ้าจะบ้ารึไง หรือถูกขังจนเบลอไปแล้วรึ ยาพิษที่กระจายในอากาศก็จะโดนตัวล่อน่ะสิ" คิริฮะกล่าวหน้ามุ่ย

"เจ้านั่นแหล่ะบ้า!!! ถ้าไม่ใช้ยาพิษแล้วจะทำยังไง จำนานศัตรูมีเท่าตัวเชียวนะ" ชูออนก็เหลืออดเหมือนกัน เธอไม่ชอบหน้าคิริฮะตั้งแต่เจอครั้งแรกแล้ว

"บุกตรงๆเลยละกัน" คางาโตะพูดพลางเดินไปหยิบอาวุธของเขากับคิริฮะที่โดนปลดวางไว้ใกล้ๆคุก

"จะไหวรึ .. " ชูออนพูดอย่างกังวล

"ไหวสิ . อาวุธของคิริฮะมียาชาเคลือบอยู่ด้วย" คางาโตะยื่นมีดสั้นให้คิริฮะ "ไหวนะคิริฮะ ." คางาโตะพูดอย่างกังวล

"สบายมากน่า ข้าไม่ได้อ่อนแอซักหน่อยเจ้าก็รู้นี่" คิริฮะยิ้มตอบ

"เชอะ .." ชูออนมองคิริฮะอย่างขัดใจ

"แล้วอาวุธของชูออนล่ะ??" คางาโตะหันมาพูดกับชูออน

"นั่นไง ." ชูออนชี้ไปด้านหลังคางาโตะ . ดาบขนาดกลางเล่มหนึ่งกับอาวุธบินกองวางอยู่กับพื้น

"นั่นของเจ้างั้นรึ!!" คางาโตะพูด

"ใช่ข้าถนัดดาบขนาดกลางกับอาวุธบิน" ชูออนยิ้ม

"งั้นก็ไม่มีแผนอะไรแล้วล่ะนะ เพราะเราจะบุกตรงไปหามันเลย!!" คางาโตะพูดกับทั้ง 2 คนแล้วจับอาวุธในมือให้กระชับขึ้น

-------------------------------------------------------------------------

หลังจากที่ต่อสู้ได้ไม่นานกลุ่มโจรก็พ่ายเพราะความประมาทของตัวเองที่ดื่มเหล้าจำนวน
มากเข้าไปและยังปล่อยอาวุธของพวกคางาโตะไว้ในถ้ำ

"ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าจะง่ายขนาดนี้" ชูออนเอ่ยอย่างร่าเริงหลังจากที่เธอมัดพวกโจรทุกคนแล้วหยิบสมบัติชิ้นต่างๆของพวกโจร
ออกมา

"ของพวกนั้นคงไม่ได้หรอกนะ .." คิริฮะเดินเข้าไปคว้าสมบัติชิ้นต่างๆที่ชูออนหยิบ

"ขอโทษด้วยนะ ชูออน นี่เป็นสมบัติของหมู่บ้านเราที่โดนขโมยมา มันเป็นของหมู่บ้านเราน่ะ" คางาโตะพูดหลังจากที่เห็นชูออนอ้าปากพะงาบๆเหมือนจะกรีดร้อง

"ก . ก็ . ได้ .." ชูออนพูดกัดฟัน "ถ้าเจ้าเป็นคนพูดอย่างนั้นข้าก็จะเชื่อ .. เอาไปเหอะ "

"ขอบใจนะ" คิริฮะยิ้มมุมปาก

"กลับหมู่บ้านกันดีกว่าทุกคน" คางาโตะพูดอย่างร่าเริง

-------------------------------------------------------------------------------

"ทุกคนดูนั่น!!! คางาโตะกลับมาแล้ว!!"

เสียงสมาชิกกองกำลังป้องกันหมู่บ้านตะโกนอย่างดีใจเมื่อเห็นคางาโตะ ข้ามสะพานแขวนเข้ามาในหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้าน ภายในหมู่บ้านทั้งหมดออกมาจากบ้าน วิ่งกรูเข้าหาคางาโตะด้วยความยินดีเหลือล้น

"เจ้าทำได้จริงๆหรือนี่คางาโตะ!!"

"เจ้าจัดการกับพวกโจรได้หมดเลยงั้นรึ!!"

"พูดทีละคนสิ ที่กำจัดโจรได้ไม่ใช่ตัวข้าคนเดียวหรอก แต่ว่าเราได้คนมาร่วมช่วยด้วย" คางาโตะหันมาทางชูออน

"เด็กสาวคนนั้นน่ะรึ!! อายุน่าจะน้อยกว่าเจ้าอีกนี่นา!!"

"เหลือเชื่อเลย ขอบใจมากนะแม่หนู!!" ชาวบ้านมากมายล้อมขอบคุณชูออนจนทำให้เด็กสาวยืนแข็งทำตัวไม่ถูก

"คางาโตะ "

"มีอะไรหรือคิริฮะ??" คางาโตะถามคิริฮะหลังจากเธอเอ่ยชื่อเขา "บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า??" เขาเริ่มกังวลกับท่าทางแปลกๆของหญิงสาว

"เอ่อ เจ้าเองเอาอาวุธไปซ่อมก่อนละกันนะ เดี๋ยวข้าจะไปหาท่านยาย" คิริฮะส่ายหัวเป็นเชิงตอบคำถามก่อนเดินจากไป

"งั้นเดี๋ยวข้าตามขึ้นไปนะ!!" คางาโตะตะโกนตามหลัง

"คางาโตะ!! ข้าเองก็ต้องขอตัวเหมือนกัน" ชูออนวิ่งฝ่าวงล้อมของชาวบ้านที่มะรุมมะตุ้มอยู่รอบๆตัวเธออย่างน่ารำคาญออกไปอีกทาง
คางาโตะมองชูออนที่วิ่งหนีชาวบ้านด้วยความขบขัน ก่อนเดินเข้าร้านอาวุธ

"เรื่องราวก็เป็นอย่างที่เล่ามาน่ะคะท่านยาย" คิริฮะเล่ารายละเอียดเหตุการณ์ทั้งหมดให้ท่านยายฟัง "พลังบางอย่างในตัวของเขาช่วยข้าไว้" หญิงสาวรู้สึกขอบคุณพลังของคางาโตะและรู้สึกกังวลไปในคราวเดียวกัน เธอกลัวว่าจะมีบางอย่างทำให้เขาเปลี่ยนไป

"พลังที่ไม่ใช่ทั้งเผ่าเทพและมนุษย์งั้นรึ " ท่านยายถอนหายใจก่อนกล่าวเสริม "คิริฮะ . เจ้าจะทำอย่างไร ถ้าข้าจะให้คางาโตะออกเดินทางสู่โลกภายนอก"

"เอ๋!?! จะดีหรือคะ!!" คิริฮะตกใจ

"มันเป็นโชคชะตาของเขา " ท่านยายกล่าวอย่างเงียบๆ

"ถ้าเป็นอย่างนั้น ข้าก็จะออกเดินทางไปกับเขาด้วยค่ะ" คิริฮะตอบกลับ และเป็นคำตอบตามที่ยายเฒ่าได้คาดคะเนไว้แล้ว

"อ้าว มาอยู่นี่เอง" หลังจากคางาโตะออกมาจากร้านอาวุธเขาก็เห็นชูออนนั่งหลบอยู่ตรงโขดหินริมหน้าผา พอเด็กสาวเห็นคางาโตะก็ร่าเริงขึ้นทันตา

"คางาโตะ!! ดีใจจังที่เจอเจ้าน่ะ คนที่นี่พูดมากจังเลย น่ารำคาญเหมือนกัน"

"ก็มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุดใสรอบปีเลยนี่" คางาโตะหัวเราะ

"จริงด้วย!! ข้านั่งคิดอยู่เมื่อกี้ล่ะ .. เจ้าน่ะ จะไม่ออกเดินทางไปกับข้าหรอ" ชูออนกล่าวอย่างร่าเริง

"ออกเดินทาง ."

"ใช่!! ออกไปดูโลกกว้างกับข้าไง" ชูออนชักชวน

"น่าสนุกนะ!! แต่ว่าข้าต้องไปบอกท่านยายกับคิริฮะก่อน"

"บอกยัยผู้หญิงหน้าดุนั่นน่ะนะ!!!" ชูออนหน้าบูดเมื่อนึกถึงคิริฮะ

"ความจริงคิริฮะใจดีและก็อ่อนโยนมากๆเลยนะ นางเป็นพี่สาวไม่แท้ของข้าแต่ก็ห่วงใยข้า .." คางาโตะยิ้มน้อยๆเมื่อนึกถึงคิริฮะ พี่สาวที่ทั้งสวยและอ่อนโยน แต่ถ้าโมโหก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

"เชอะ .. ก็แค่ผู้หญิงขี้โมโหคนหนึ่ง" ชูออนบ่นงึมงัมพอเห็นคางาโตะพูดถึงคิริฮะแล้วทำหน้าอ่อนโยน เธอยอมรับว่าคิริฮะสวยจริงตามที่คางาโตะบอก ไม่ว่าจะเป็นดวงตาสีม่วงอ่อนที่ทอประกายนุ่มนวลและเส้นผมยาวสลวยสีเดียวกันกับดวงตาข
องเจ้าหล่อน อีกทั้งรูปร่างเพรียวระหง แต่เธอก็ไม่ชอบขี้หน้าคิริฮะอยู่ดี

"งั้นข้าขอไปหาท่านยายก่อนนะ" คางาโตะวิ่งออกไปโดยไม่ได้ฟังที่ชูออนบ่นเลยสักนิด เด็กสาวมองตามหลังคางาโตะอย่างเซ็งๆ

------------------------------------------------------------------------------

"นี่มันตัวที่เท่าไหร่แล้ว ซึกิคาเงะ" ฟุชิกล่าวอย่างเบื่อหน่าย

"ก็ตั้งแต่ที่เราออกมาจากหมู่บ้านก็ประมาณ 10 กว่าตัวแล้วล่ะคะ" ซึกิคาเงะตอบ

"งั้นพักหน่อยไหมฟุชิ เดี๋ยวข้าจะทำยาสมุนไพรฟื้นพลังให้!!" เจ้าหญิงคาซุระพูด และหลังจากนั้นไม่นานเด็กสาวก็ฉุดให้ฟุชินั่งพักได้

"เจ้าคิดจะให้ข้ากิน ที่เจ้าทำนั่นน่ะนะ" ฟุชิมองสิ่งที่เจ้าหญิงคาซุระกำลังจัดการทำอยู่ซึ่งดูเหมือนสมุนไพรผสมกันหลายๆชนิด ซึ่งเธอเดินหาแถวป่าบริเวณนี้

"อื้อ!! สมุนไพรที่ข้าทำน่ะฟื้นพลังได้ดีทีเดียวเลยนะ อย่าลืมสิว่าข้าน่ะอยู่ในสายตระกูลเทพแห่งใบไม้นะ"

"ข้าไม่กิน ข้าไม่ได้เหนื่อยอรือเสียพลัง ไม่จำเป็นที่จะกินสมุนไพรของเจ้า" ฟุชิกล่าวเสียงเรียบ

"ตะ แต่ว่า ข้าตั้งใจทำให้ฟุชินะ!!" เจ้าหญิงคาซุระกล่าวอย่างเสียใจ ฟุชิถอนหายใจอย่างระอาในความเอาแต่ใจของเด็กสาว เขาหันมามองซึกิคาเงะที่ยืนหอบจากการเดินทางระยะไกล

"ให้ซึกิคาเงะสิ" ฟุชิกล่าว

"เอ๋?!? ทำไมข้าต้องให้มนุษย์ด้วยล่ะ!!" เจ้าหญิงคาซุระกล่าวอย่างไม่พอใจ

"ข้าไม่ได้เป็นอะไร ไม่จำเป็นต้องกินสมุนไพรของเจ้า แต่ว่าซึกิคาเงะเหนื่อยอ่อนขนาดนั้น เจ้าน่าจะคิดหน่อยนะเจ้าหญิงคาซุระ" ฟุชิกล่าวเสียงเย็น

"ข้าก็บอกท่านแล้วนี่ ว่ามนุษย์น่ะบอบบางจะตายไป แต่ถึงอย่างนั้นท่านก็ยังดึงดันจะรับซึกิคาเงะมาเป็นผู้ช่วยท่าน" เจ้าหญิงคาซุระกล่าวว่าฟุชิ แต่เธอก็ยื่นสมุนที่ผสมใส่ถ้วยยาถ้วยเล็กๆที่เธอพกอยู่ประจำให้ซึกิคาเงะ

"ขอบคุณมากค่ะ เจ้าหญิงคาซุระ" ซึกิคาเงะรับยาสมุนไพรของเจ้าหญิงคาซุระพร้อมรอยยิ้ม

"ฮึ ข้าน่ะ ยังไม่ยอมรับเจ้าหรอกนะ แต่ว่าท่านฟุชิว่าไงข้าก็ว่างั้นแหล่ะ" เจ้าหญิงคาซุระกล่าว

"พูดอย่างงั้นอย่างงี้ เจ้าเองก็เป็นตัวปัญหายิ่งกว่าซะอีก ตอนแรกที่เจอเจ้ายังจะทำอะไรแปลกๆให้ข้าเลยนี่" ฟุชิกล่าว

"มะ ไม่ใช่นะ!!" เจ้าหญิงคาซุระร้องโวยวายหน้าแดง ซึกิคาเงะมองดูทั้งสองคนแล้วหัวเราะขึ้นมาเงียบๆในท่าทางหยอกเล่นกันไปมาที่แทบจะเหมือนพี่น้องกันจริงๆของทั้งคู่ เธอไม่ค่อยเห็นฟุชิเล่นหัวกับใครมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเหล่าเทพที่นครแห่งฟากฟ้าหรือกับพระบิดาของเขาเอง ถึงเขาจะค่อนข้างเย็นชาฟุชิเหลือบมองเห็นรอยยิ้มของซึกิคาเงะ เพียงแค่นั้นก็ทำให้เขารู้สึกว่าช่วงเวลานี้ช่างมีค่าจริงๆ

หลังจากพักได้ครู่หนึ่งฟุชิก็เร่งให้เดินทางต่อ โดยมีเจ้าหญิงคาซุระแนะนำให้ใช้ประตูทะยานฟ้าของนครแห่งพสุธาที่อยู่ลึกเข้าไปในป่าอีกด้านหนึ่งเพื่อไปสู่นครแห่งพสุธาอันเป็นบ้านเกิดที่ถิ่นที่อยู่ของครอบครัวของเจ้าหญิงคาซุระ


-------------------------------------------------------------------------

"เจ้าอยากออกไปสู่โลกภายนอกงั้นรึ??"

"ครับท่านยาย!!" คางาโตะขานรับยายเฒ่า ท่าทางดีอกดีใจออกนอกหน้าที่จะได้ออกเดินทางสู่โลกภายนอกของเขาทำให้แม่เฒ่าไม่อยากห้าม

"แล้วเจ้าคิดจะเดินทางไปที่ไหนล่ะ?"

"เอ่อ ยังไม่รู้เลยครับ"

"เราจะไปที่นครแห่งเพลิงค่ะ" ชูออนพูดแทรกขึ้น

"อย่างนั้นรึ . งั้นข้าขอให้เจ้าพาคิริฮะไปด้วย" ยายเฒ่ากล่าว

"ได้สิครับ!! ทำไมจะไม่ได้ ความจริงข้าก็กะว่าจะชวนคิริฮะไปด้วยเหมือนกัน" คางาโตะกล่าวอย่างดีใจ

"ข้าเองก็อยากไปกับเจ้านะ แต่ว่าท่านยายล่ะคะ" คิริฮะหันมองยายเฒ่าด้วยสายตาเป็นห่วง

"ไม่เป็นไรหรอก คิริฮะ ข้าดูแลตัวเองได้" ยายเฒ่ายิ้ม

"แต่ข้าไม่อยากให้นางไปนี่ " ชูออนกระซิบให้คางาโตะได้ยิน

"ถ้าคิริฮะไม่ไป ข้าเองก็ไม่อยากไป ตั้งแต่จำความได้ ข้ากับคิริฮะไม่เคยแยกจากกันเลยนะ" คางาโตะกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังจนคนฟังแทบอิจฉาตาลุกเป็นไฟ

พอได้บทสรุปว่าคางาโตะสามารถออกเดินทางได้แต่ต้องมีคิริฮะตามไปด้วย ชูออนก็ดึงคางาโตะออกมาข้างนอกบ้าน

"นี่ คางาโตะ ไปกับข้าแค่สองคนเถอะ ข้าเองไม่อยากมีตัวถ่วง" ชูออนพยายามเกลี้ยกล่อม

"ไม่ได้หรอก . ข้าขอโทษนะ" คางาโตะยังคงยืนยันความคิดเดิม คิริฮะที่แอบฟังอยู่ภายในบ้าน แอบยิ้มด้วยความดีใจ น้องชายที่ชอบเถียงเธอทุกวี่วัน ไม่เชื่อฟังคำสั่ง แถมยังรั้นเอาแต่ใจ กลับเป็นห่วงและแคร์เธอมากยิ่งกว่าใครๆ หญิงสาวเปิดประตูบ้านออกมา

"ก็ตามนั้นละนะ ชูออน" คิริฮะยิ้มอ่อนหวานให้ ซึ่งชูออนก็รู้ความหมายที่แท้จริงของรอยยิ้มที่ราวกับกุมชัยชนะ ใช่ ครังนี้หล่อนชนะ แต่ในอนาคตข้างหน้าคางาโตะจะต้องเห็นข้าสำคัญที่สุด!!! เด็กสาวกัดฟัน กำหมัดแน่น

"งั้นข้าจะไปบอกท่านยายก่อนนะ คางาโตะ" คิริฮะกล่าวพร้อมเดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อหยิบสัมพาระออกเดินทาง เมื่อทั้งหมดกำลังจะออกจากหมู่บ้าน ยายเฒ่าก็เดินตามออกมาส่งก่อนชี้นำสถานที่ที่คางาโตะควรจะไป

"คางาโตะ . ข้าอยากให้เจ้าไปที่นครแห่งพสุธาก่อน" ยายเฒ่ากล่าวพร้อมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีทองของคางาโตะ

-----------------------------------------------------------------------

ในที่สุดตอนที่ 1 ก้อเสร็จ T[]T

ตอนแต่งรู้สึกว่าเป็นอะไรที่ยาวนานมากกกกก!!!!

ขอคอมเม้นด้วยนะคะ

ปล. ใครอ่านตอนนี้โดยใช้เวลาน้อยกว่า 15 นาทีมาบอกที -*-

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home