2007/May/30

บทที่ 2 การพบกันของทั้งสอง

หลังจากที่ฟุชิฝ่าฟันอุปสรรค์อันมากมายนานับประการ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากสัตว์อสูรที่อ่อนแอในสายตาเขา ทั้ง 3 คนก็หลุดพ้นออกมาจากป่าและได้ใช้ประตูทะยานฟ้าของเผ่าเทพ(ซึ่งมีลักษณะเหมือนวงเวทย์
เคลื่อนย้าย)ข้ามมายังนครแห่งพสุธาอันเป็นบ้านเกิดของเจ้าหญิงคาซุระ

นครแห่งพสุธานั้น ตั้งอยู่บนเกาะลอยฟ้าขนาดเล็กและมีเนื้อที่จำกัด แต่ก็พอเหมาะและสมควรแล้วกับประชากรที่มีอยู่ไม่มากนักของนครนี้ ถ้าพูดถึงโดยรวมทั่วไปๆแล้ว ก็เป็นเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นและการดูแลเอาใจใส่ของเทพแห่งใบไม้ ขณะที่ฟุชิกำลังจะเข้าไปยังวิหารแห่งพสุธาซึ่งเป็นสถานที่ประทับของจอมเทพแห่งใบไม้ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าไม่ใช่สถานที่ที่มนุษย์จะเข้าไปได้

"ซึกิคาเงะ เจ้าช่วยรอข้าอยู่ที่นี่ได้ไหม?" ฟุชิหันมากล่าวกับหญิงสาวและเมื่อเธอผงกหัวเป็นเชิงรับคำสั่ง เขาก็ก้าวเข้าไปในวิหารพร้อมกับเจ้าหญิงคาซุระ

"วิหารที่นี่น่ะ แทนที่จะขึ้นมันกลับถูกสร้างให้เป็นบันไดวนขึ้นข้างบนแต่กลับเป็นบันไดวนลงล่างไปเรื่อยๆ ท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าก็อยู่ข้างล่างสุดเลยแหล่ะ ประตูที่สามนับจากบันไดด้านหน้าน่ะนะ . .." เจ้าหญิงคาซุระพูดอธิบายตลอดทางเพราะคิดว่าฟุชิไม่เคยมาที่นี่ แต่ที่จริงแล้วชายหนุ่มมาที่นี่หลายต่อหลายครั้งแล้ว คำสั่งของจอมเทพแห่งชีวิตที่เขาได้รับ บางทีก็จำเป็นต้องมาหาจอมเทพต่างๆที่พำนักอยู่ในสถานที่แตกต่างกันออกไป แต่เขาก็อดทนฟังเจ้าหญิงคาซุระพร่ำพูดตลอดทาง

พอมาถึงชั้นล่างสุดของบันไดวนก็เป็นเหมือนลานกว้างโล่งแต่มีประตูห้องอยู่มากมายหลายสิบห้อง และมีประตูขนาดใหญ่อยู่ด้านริมสุด ฟุชิเดินมายังประตูที่สามนับจากด้านหน้าเขา

"ขออนุญาตครับ" ฟุชิกล่าวก่อนเปิดประตูเข้าไป

"ท่านฟุชิ!!" ชายวัยกลางคนที่กำลังจัดหนังสืออยู่ภายในห้องอุท่านอย่างตกใจจนทำให้หญิงสาวอีกคนที่
อยู่อีกห้องเปิดประตูออกมา

"ท่านฟุชิ!! คาซุระ!!" หญิงสาวโผเข้ากอดเจ้าหญิงคาซุระ "จริงด้วยสินะคะ ท่านยังไม่รู้จักข้าเลยนี่นา" หญิงสาวกล่าวเมื่อเห็นฟุชิยืนเงียบกริบหลังจากเข้ามา

"ข้าเป็นแม่ของคาซุระค่ะ ข้าชื่อ คุสุโนะ มิฮิคิ และชายที่กำลังจัดหนังสือคือพ่อของคาซุระ ชื่อ คุสุโนะ ฮะโค ค่ะ" หลังจากแนะนำตัวเสร็จ ฮะโคก็ออกมาจากบริเวณชั้นหนังสือ

"ไม่นึกเลยนะครับ ว่าบุตรเทพแห่งนครแห่งแสงจะมาเยือนพวกเรา" ฮะโคค้อมตัวคำนับ

"ไม่เป็นไร ไม่ต้องคำนับข้าก็ได้ ท่านเองก็เป็นถึงท่านพ่อของเจ้าหญิงคาซุระ เป็นเชื้อพระวงษ์ของจอมเทพแห่งใบไม้ที่มีตำแหน่งสูงเหมือนกัน" ฟุชิบอกฮะโค

"เป็นตามที่ได้ยินมาจริงๆเลยนะคะ ช่างเป็นท่านที่ดูเงียบขรึมและเยือกเย็นอยู่เสมอจริงๆ" มิฮิคิกล่าวอย่างชื่นชม กิตติศัพท์ของฟุชิเป็นที่เลื่องลือไปในหมู่เทพ ด้วยความฉลาดและเยือกเย็นอยู่ตลอดเวลา เลยทำให้การทำงานไม่มีข้อผิดพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว และอีกทั้งยังเป็นชายหนุ่มที่มีดวงตามั่นคง ถ้าหากชายคนนี้รักใครแล้วล่ะก็ จะมีเพียงเธอคนนั้นตลอดไปชั่วนิรันดร์แน่นอน มิฮิคิคิดในใจ

"เป็นเกียรติมากครับ" ฟุชิก้มหัวเล็กน้อยขอบคุณ

"ท่านแม่คะ ข้าอยากออกเดินทางไปกับท่านฟุชิ" เจ้าหญิงคาซุระรบเร้า

"จะไม่เป็นการกวนท่านฟุชิรึ??" ฮะโคเดินมาลูบหัวเจ้าหญิงคาซุระ

"จะไปกวนท่านฟุชิหรือปล่าว??" มิฮิคิกล่าวอย่างกังวล

"ไม่หรอกค่ะ ข้าจะทำตัวให้เป็นประโยชน์!! แล้วอีกอย่างข้าน่ะใช้วิชารักษาของท่านจอมเทพแห่งใบไม้ได้แล้วนะคะ" เจ้าหญิงคาซุระพยายามดึงดัน

"แต่นั่นก็แค่ระดับต้นๆเองนี่จ๊ะ" มิฮิคิกล่าว

"แต่ข้าอยากช่วยท่านฟุชินี่นา!!!" เจ้าหญิงคาซุระร้อง

"ก็ได้ แต่อย่าไปเป็นตัวถ่วงท่านฟุชิละกัน" ฮะโคกล่าวพร้อมถอนหายใจในความดึงดันของลูกสาวของตน

"แล้วเป็นการรบกวนท่านฟุชิหรือปล่าวคะ??" มิฮิคิหันมาถามความคิดเห็นของชายหนุ่ม

"ไม่เป็นไรครับ ความจริงเจ้าหญิงคาซุระก็ช่วยข้าได้เหมือนกัน" ฟุชิกล่าว ในใจนึกถึงซึกิคาเงะ ถ้าหากว่ามีเจ้าหญิงคาซุระไปด้วยก็คงจะช่วยรักษาในตอนที่เธอไม่สบายหรือตอนที่บาดเจ็บได้ ซึกิคาเงะเป็นคนรับใช้ที่มีความสามารถที่สุดและเป็นเสมือนคู่หูคนหนึ่งของเขา หากเกิดอะไรขึ้นเขาคงรู้สึกแย่

"งั้นข้าขอไปจัดของก่อนนะ!!" เจ้าหญิงคาซุกล่าวอย่างลิงโลด ก่อนวิ่งเข้าห้องไปจัดข้าวของ

"งั้นข้าขอตัวไปพบจอมเทพแห่งใบไม้ก่อน" ฟุชิโค้งก่อนกล่าวลา

เมื่อฟุชิออกมานอกห้อง เขาก็เดินตรงไปยังประตูขนาดใหญ่ที่มีทหารของจอมเทพแห่งใบไม้เฝ้าอยู่สองคน เมื่อทหารเห็นว่าเป็นฟุชิก็เปิดประตูให้ ด้านในมีลักษณะเหมือนบัลลังก์กษัตริย์ยกสูงลอยขึ้นจากพื้น บนที่ประทับปรากฏร่างเพรียวระหงของหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ หญิงสาวมีดวงตาสีเขียวสดและใบหน้างดงามสะกดใจแต่กลับให้ความรู้สึกถึงพลังอำนาจ ฟุชิค้อมตัวคำนับจอมเทพแห่งใบไม้

"ขออภัยที่มารบกวนครับท่านจอมเทพ"

"ไม่เป็นไรหรอก ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องมา ตั้งแต่ตอนที่เจ้าหญิงคาซุระหายไปจากที่นี่" จอมเทพแห่งใบไม้กล่าวด้วยรอยยิ้ม "คงลำบากเจ้าแล้วล่ะนะ แต่การเดินทางครั้งนี้ของเจ้าหญิงจะทำให้เติบโตขึ้น พร้อมที่จะก้าวขึ้นมาเป็นจอมเทพคนต่อไปต่อจากข้า"

"ท่านยังคงเต็มไปด้วยพลังอำนาจเช่นเดิมอยู่เสมอ ไม่ต้องกังวลเรื่องผู้สืบทอดหรอกครับ"

"นั่นสินะ แต่ถึงอย่างไรข้าก็ยังอยากให้เจ้าหญิงคาซุระรู้จักโลกภายนอกให้มากกว่านี้ รู้จักมนุษย์ให้มากกว่านี้ ความจริงท่านพ่อของเจ้าก็รักมนุษย์มากเหมือนกันนะ ถึงมอบหมายให้เจ้าทำงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของมนุษย์"

"ท่านจอมเทพแห่งชีวิตเป็นห่วงมนุษย์เสมอตลอดมา ท่านเองยังสอนให้ข้ารู้จักช่วยเหลือมนุษย์ เพราะว่าพวกเราเป็นเทพที่ได้รับการยอมรับและนับถือจากมนุษย์ มนุษย์ไม่สามารทำอะไรได้ถ้าปราศจากพวกเรา"

"แต่ข้าคิดว่า สักวันหนึ่ง พวกเขาจะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีเทพคอยค้ำจุน"

"อย่างนั้นหรือครับ" ฟุชิไม่เข้าใจความคิดของจอมเทพแห่งใบไม้ บางทีก็กล่าวบางสิ่งแปลกๆออกมา มนุษย์จะอยู่ได้อย่างไรถ้าไม่มีเทพ เขาแทบจะนึกไม่ออกเลยว่าสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอจนต้องขอความช่วยเหลือจากเทพจะดำเนินชี
วิตยังไงถ้าโลกนี้ปราศจากเทพ

"ข้าขอฝากเจ้าหญิงคาซุระด้วยนะ" จอมเทพแห่งใบไม้กำชับ

"ครับ ข้าจะดูแลเจ้าหญิงคาซุระเอง"

"แล้วซึกิคาเงะตามเจ้ามาด้วยหรือเปล่า?"

"ครับ อยู่ด้านนอกวิหาร"

จอมเทพแห่งใบไม้ยิ้มดีใจเมื่อได้ฟังคำตอบจากฟุชิ ตั้งแต่พบกันครั้งแรกฟุชิก็ตัดสินใจเลือกซึกิคาเงะมาเป็นผู้รับใช้และแทบไม่เคยจะห่างหญิงสาวไปไหน ถึงตอนนี้เขาจะยังไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง แต่สักวันเขาจะรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงที่มีให้ข้ารับใช้คนสำคัญคนนั้น

"ข้ามีเรื่องให้เจ้าช่วยเรื่องหนึ่ง" จอมเทพแห่งใบไม้กล่าว "ทะเลสาปการุเกิดเรื่องรุนแรงขึ้น ข้าไม่ทราบต้นสายปลายเหตจึงอยากให้เจ้าเข้าไปจัดการ"

"ได้ครับ งั้นข้าขอลา" ฟุชิโค้งตัวอีกครั้งก่อนหมุนตัวเดินออกจากห้อง

"ข้าชอบในความเด็จเดี่ยวและเยือกเย็นของเจ้านะฟุชิ แต่ทว่าสักวันหนึ่งเจ้าจะพบกับการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ ที่แม้แต่เจ้าจะต้องยอมรับ" จอมเทพแห่งใบไม้พูดขึ้นภายในห้องอันเงียบกริบหลังจากฟุชิได้เดินจากไป

"อ้าว นี่เจ้า??" ฟุชิตกใจเมื่อเห็นเจ้าหญิงคาซุระรออยู่ด้านนอก

"ข้าจัดของเสร็จแล้วน่ะ ก็เลยออกมารอท่านฟุชิ เพราะเห็นว่าท่านต้องมาหาจอมเทพแห่งใบไม้" เจ้าหญิงคาซุระกล่าวอย่างร่าเริง

"เจ้ารู้อะไรเกี่ยวทะเลสาปการุบ้าง??" ฟุชิถาม ย้ำเสียงเขาเหมือนเคลือบแคลงสงสัยอย่างมาก

"ทะเลสาปการุ?? อี๋!!! ที่นั่นมีคุจากุอยู่นี่นา!!" เจ้าหญิงคาซุระแทบวีนออกมา

"คุจากุงั้นรึ .." ฟุชิสัมผัสได้ถึงอันตรายเมื่อเอ่ยชื่อชายคนนี้

"ท่านฟุชิไได้รับคำสั่งให้ไปที่ทะเลสาปการุงั้นเหรอ??"

"ใช่ . ต้องรีบไปแล้ว ไปกันเถอะเจ้าหญิงคาซุระ!!"

"อื้อ!!" เจ้าหญิงคาซุระรีบวิ่งตามฟุชิขึ้นบรรไดวนกลับสู่เบื้องบน

หลังจากที่ฟุชิและเจ้าหญิงคาซุระกลับออกมาจากในวิหารแล้ว ฟุชิก็ตรงเข้าสั่งซึกิคาเงะที่ยืนรออยู่หน้าวิหารทันที

"ซึกิคาเงะ เจ้ากลับไปนครแห่งชีวิต รายงานเรื่องสัตว์อสูรที่ข้ากำหราบแล้วในนครแห่งความมืดแก่จอมเทพแห่งชีวิต!!"

"เจ้าค่ะ!!" ซึกิคาเงะโค้งตัวรับคำสั่งแล้วหมุนตัววิ่งไปทางประตูทะยานฟ้าที่อยู่ใกล้วิหาร

"ซึกิคาเงะ!! แล้วตามข้าไปที่ทะเลสาปการุทันทีหลังจากรายงานเสร็จ" ฟุชิตะโกนสัมทับก่อนร่างของซึกิคาเงะถูกแสงสว่างของประตูทะยานฟ้ากลืนหายไป

"ให้ซึกิคาเงะไปด้วยหรอท่านฟุชิ?" เจ้าหญิงคาซุระถาม น้ำเสียงงอนเล็กน้อย

"แน่นอน " ฟุชิตอบกลับเสียงเย็นชาอย่างที่เคยเป็นแต่แน่วแน่มั่นคง

-------------------------------------------------------------------------------

ฝ่ายคางาโตะก็เดินทางมาถึงนครแห่งพสุธา เขาค่อนข้างแปลกใจกับบรรยากาศของนครแห่งนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆแต่ว่ามีทุกสิ่งทุกอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นร้านขายอาวุธขนาดใหญ่ หรือโรงแรมขนาดกลางที่มีกระจายอยู่หลายจุด

"ยอดไปเลย!!" คางาโตะตื่นเต้น พลางเร่งฝีเท้าพยายามเดินดูรอบๆเมือง

"นี่!! ค่อยๆเดินดูก็ได้คางาโตะ" ชูออนปราดไปดึงมือคางาโตะไว้

"ดูร่มรื่นจังเลยนะ!!" คิริฮะเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้คางาโตะ เธอเดินไปหยุดอยู่หน้าร้านขายอัญมณี

"บ้านนอกก็งี้ล่ะนะ!!" ชูออนทำเสียงเยาะ

"ว่าไงนะ!!" คิริฮะหันขวับทันใด

"ก็ตามอย่างที่พูดน่ะสิ!!"

"อยากจะมีเรื่องรึไง!!" คิริฮะเดินเข้ามาประจันหน้าชูออน

"ได้เลย ก็เข้ามาสิ!!" ชูออนยกมือขึ้นจะตบหน้าคิริฮะ คางาโตะเห็นดังนั้นก็พุ่งมาคว้ามือชูออนไว้

"จะทำอะไรน่ะชูออน!!"

"ก็ยัยนี่!!"

"คิริฮะเป็นพี่สาวข้านะ!!" เสียงตวาดของคางาโตะทำชูออนสะดุ้ง เด็กสาวสะบัดมือคางาโตะออก

"ขอโทษ " ชูออนกล่าวเสียงหงอย แต่ไม่วายหันไปค้อนคิริฮะ

"ข้าเองก็ไม่อยากมีเรื่องกับเจ้าเหมือนกัน" คิริฮะค้อนตอบ

หลังจากสงครามย่อยๆจบลง ชูออนก็บอกว่าที่นี่มีลานประลองยุทธไว้เดิมพันเงินรางวัล คนนอกสามารถสมัครได้

"ก็ดีสิ!! ถ้าเราได้เงินรางวัลชนะเลิศมา เราก็จะมีทุนเดินทาง" คางาโตะหันมาพูดกับสองสาว

"แต่ก่อนหน้านั้น หาที่พักก่อนดีไหมคางาโตะ" คิริฮะกล่าวพลางชี้ไปยังโรงแรมใกล้ๆ

"เดี๋ยวค่อยหาก็ได้น่า เราไปเดินเล่นรอบเมืองกันก่อนก็ได้" ชูออนขัดขึ้นแทบทันที

"ทำไมเจ้าถึงชอบขัดข้านักนะ!!" คิริฮะเท้าเอวพูดอย่างเหลืออด

"งั้นเอางี้ ใครอยากทำอะไรไปทำ" คางาโตะยกมือปรามทั้งคู่

"งั้นข้าจะไปหาโรงแรมนะ" คิริฮะถอนหายใจก่อนเดินเข้าโรงแรมขนาดเล็กที่อยู่ใกล้ๆ

"งั้นข้าก็ขอตัวเหมือนกัน" ชูออนก็เดินจากไปอย่างอารมณ์เสียอีกคน คางาโตะเลยตัดสินใจเดินดูรอบๆเมืองเพียงคนเดียว และหลังจากคางาโตะเดินดูรอบๆเมืองเสร็จแล้ว เขาก็พบชูออนยืนอ้อยอิ่งหน้าลานน้ำพุใจกลางเมือง สายตาเด็กสาวทอดไปยังสายน้ำพุที่ไหลรินอยู่ไม่ขาดสาย

"เหม่ออะไรน่ะ ชูออน"

"คางาโตะ!!" ชูออนร้องเสียงหลง "อย่ามาทักจากด้านหลังอย่างนี้สิ" เด็กสาวทักเสียงอิดออด

"ขอโทษนะ พอดีเห็นว่าเจ้ายืนจ้องน้ำพุเหมือนคิดอะไรอยู่น่ะ" คางาโตะกล่าว

"ไม่มีอะไรหรอก ข้าก็แค่คิดว่า ทั้งที่เมืองนี้อยู่ในการปกครองของจอมเทพแห่งใบไม้ แต่กลับดูไม่มีชีวิตชีวาเลย" ชูออนลดเสียงลงต่ำเชิงต่อว่า

"ข้าก็คิดเหมือนเจ้า . ทำไมเทพที่ปกป้องดูแลมนุษย์ถึงไม่ทำอะไรเลย" คางาโตะกำหมัดแน่น ความโกรธปะทุออกมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงเหล่าเทพ

"ยังงั้นเหรอ!!! เจ้าเองก็คิดเหมือนข้าสินะ ดีจังเลย!!" ชูออนหัวเราะอย่างร่าเริง ท่าทางหงอยเหงาที่เห็นอยู่เมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น

"ไปหาคิริฮะแล้วไปลานประลองกันเถอะ ป่านนี้คิริฮะคงรอแย่แล้ว" คางาโตะสะบัดหัวให้ลืมความโกรธ แล้วชักชวนชูออนให้กลับไปที่โรงแรม

"ปล่อยให้รอหน่อยก็ได้มั้ง"

"หือ .. ว่าไงนะชูออน พูดซะเบาอย่างนั้นใครจะไปได้ยินล่ะ" คางาโตะชะโงกหน้าเข้ามาถาม เพราะได้ยินแต่เสียงบ่นงึมงัมบางอย่างจากชูออนเท่านั้นเอง

"มะ .. ไม่มีอะไรหรอกน่า!! ไปกันเถอะ" ชูออนรีบจ้ำฝีเท้าเดินนำคางาโตะอย่างรวดเร็ว ถ้าเกิดคางาโตะได้ยินที่พูดเมื่อกี้คงโกรธอีกแน่ๆเลย เด็กสาวคิดพลางถอนหายใจ

"คางาโตะ!! ทางนี้!!" คิริฮะยืนตะโกนเรียกคางาโตะอยู่นอกโรงแรม

"จองห้องแล้วเหรอ?" คางาโตะถาม

"อือ แล้วก็ได้ข่าวเกี่ยวกับการประลองมาด้วยล่ะ"

"ดีจัง!! ข่าวว่าไงบ้าง" คางาโตะร้องอย่างยินดี

"ตอนเย็นวันนี้น่ะแหล่ะ จะมีการแข่งขันกัน คนที่ชนะจะได้รางวัล 5000 บารุ เชียวนะ!!"

"ถ้าเราชนะก็จะเงินค่าเดินทางแล้วสินะ!!" คางาโตะยิ้มร่า เขาเอื้อมมือแตะดาบข้างลำตัว

"แต่เห็นว่าแข่งเป็นคู่นี่ " ชูออนกล่าวเนือยๆ

"นั่นสิ!! แล้วคางาโตะจะลงแข่งกับใครล่ะ" คิริฮะหันขวับมาจ้องคางาโตะ

"ลงแข่งกับข้าไหมล่ะ!! คางาโตะ" ชูออนแทรกขึ้นทันที

"ลงแข่งกับข้าดีกว่านะ!!" คิริฮะไม่ยอมแพ้

"เจ้าก็เห็นฝีมือข้าแล้วนี่นา ที่จัดการกับพวกโจรน่ะ!! แถมยังจัดการได้เกือบหมดเลยด้วย ผิดกับบางคน!!" ชูออนขึ้นเสียงอย่างมีชัยก่อนเชิดใส่คิริฮะ

"คนที่ช่วยเจ้าคือพวกเรานะ!!" คิริฮะกล่าวอย่างเอาเรื่อง

"แล้วไงล่ะ!!"

"ว่าไงนะ!! ยัยเด็กนิสัยเสียนี่!!"

"แล้วจะทำไม!!"

"พอๆๆทั้งคู่นั่นล่ะ!!! ข้าจะลงแข่งคนเดียว!!!" คางาโตะทนฟังไม่ไหวจึงตะโกนแทรกออกมา

"ว่าไงนะ!!" สองสาวตะโกนแทรกขึ้นทันที แทบทำให้หูคางาโตะระเบิด

"ทำไมล่ะคางาโตะ!! ให้ข้าลงแข่งด้วยนะ" ชูออนรบเร้า

"ลงแข่งคนเดียวจะไหวหรือคางาโตะ ลงแข่งกับข้าก็ได้นี่นา" คิริฮะกล่าวอย่างไม่สบายใจ

"การประลองแค่ 8 รอบเอง แล้วอีกอย่าง ถ้าข้าเลือกใครไปซักคน อีกคนก็ต้องเสียใจไม่ใช่หรือไง อย่างนี้ล่ะดีแล้ว" คำพูดของคางาโตะทำให้สองสาวที่อารมณ์ร้อนอยู่ค่อยๆเย็นชื้นขึ้น จนลดเสียงลงอยู่ในระดับปกติ

"งั้นก็แล้วแต่เจ้านะ แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นข้าจะบอกให้เขายกเลิกการประลองทันที" คิริฮะถอนหายใจในความดื้อรั้นของน้องชายต่างสายเลือด

"โธ่!! คิริฮะ ข้าไม่แพ้หรอกน่า เชื่อมือได้!!" คางาโตะยิ้มกว้าง

"งั้นข้าจะขอเชียร์อยู่ข้างลานประลองละกันนะ" ชูออนยังคงทำหน้าจ๋อยๆอยู่จนคางาโตะหัวเราะ

"งั้นไปที่ลานประลองกันเถอะ!!" คางาโตะตะโกนแล้ววิ่งนำอย่างร่าเริง

"คิดว่าพวกเรามาสงบศึกกันบ้างดีไหม?" คิริฮะทักชูออนที่กำลังจะวิ่งตาม เด็กสาวหันมาทำหน้าบูดบึ้งใส่ก่อนตอบว่า

"ก็ได้!! แต่เพื่อคางาโตะหรอกนะ!!" พูดเสร็จชูออนก็วิ่งตามคางาโตะไปติดๆทันที
"ยัยเด็กแสบนั่นชอบคางาโตะเหรอเนี่ย " คิริฮะคิดพลางถอนหายใจยาว ข้าไม่ได้เกลียดเด็กผู้หญิงน่ารักหรอกนะ แต่ว่า ข้าไม่ชอบนิสัยของเด็กนั่นเลยน่ะสิ เฮ้อ~

ลานประลองของนครแห่งพสุธามีลักษณะเหมือนลานประลองทั่วไปแบบโคลอสเซียมที่กระจายอยู่ตามนครต่างๆทั่วคัมไร แต่ว่าจะมีอยู่เฉพาะบางเมืองที่จอมเทพของแต่ละนครอนุญาตเท่านั้น

หลังจากที่คางาโตะรับใบสมัครที่โต๊ะไม้ด้านหน้าลานประลองมาเขียนชื่อลงไป เขาก็บอกให้คิริฮะและชูออนเข้าไปนั่งที่นั่งสำหรับคนดูก่อนที่ตัวเขาจะเข้าไปรออยู่ห้องด้านในสุดสำหรับผู้เข้าร่วมการประลอง และก็เป็นไปตามคาด คางาโตะสามารถเอาชนะทั้ง 7 รอบได้จนมาถึงรอบสุดท้าย

"นี่ก็เป็นรอบสุดท้ายแล้วสินะ" คางาโตะสูดลมหายใจช้าๆก่อนจับดาบในมือให้มั่น สายตาสีทองจับจ้องอยู่ที่คู่ต่อสู้คนสุดท้ายที่ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้า

"เก่งนี่เจ้าเด็กน้อย มาถึงรอบสุดท้ายได้ แต่คงจะต้องหมดหวังที่จะชนะแล้วสินะเมื่อมาเจอข้า" ชายวัยกลางคน ร่างบึกบึน กล่าวเสียงเรียบ คางาโตะจ้องมองดาบขนาดใหญ่ของฝ่ายตรงข้ามก่อนนึกในใจว่าคนๆนี้ชำนาญการใช้ดาบขนาดใหญ่มากแน่นอน ดูจากการวิธีการจับดาบและท่าทางการยืน แต่ทว่า หลักในการใช้ดาบใหญ่มากมีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่ง

"มันก็ไม่แน่หรอก!!" คางาโตะยิ้ม เขามองหาจุดบอดของชายวัยกลางคนได้แล้ว การฝึกมือกับคิริฮะตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันช่างเป็นการสั่งสมประสบการณ์ที่ดีจริงๆ

"ถ้าไม่บุกมา ข้าก็ขอบุกก่อนละนะ!!" หลังจากกรรมการตัดสินให้สัญญาณ ชายวัยกลางคนก็ผลุนวิ่งตรงดิ่งเข้ามาหาคางาโตะ

เด็กหนุ่มถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อกะระยะ และในช่วงเวลาเสี้ยวนาทีที่ชายวัยกลางคนฟาดดาบลงมาเกือบถึงตัวเขา คางาโตะก็ตวัดดาบของตนเองใส่เต็มแรง บวกกับเทคนิคในการเพิ่มและลดแรงต้านทานเข้าไป ทำให้ดาบขนาดใหญ่หลุดออกจากมือฝ่ายตรงข้ามปลิวไปหล่นอยู่ข้างกรรมการ

"เย้!! คางาโตะชนะแล้ว!!" ชูออนที่ตั้งอกตั้งใจดูการแข่งอยู่ข้างสนามลุกขึ้นกระโดดโลดเต้นอย่างยินดีจนคิริฮะต้องฉุดเธอลงมานั่ง

"ไม่ดีใจหรือไงคุณพี่สาว!! คางาโตะชนะแล้วนะ!!"

"จะว่าดีใจก็ดีใจอยู่หรอกนะ แต่ว่าช่วยมองไปข้างๆหน่อยสิ" คิริฮะแอบชี้นิ้วให้ชูออนมองคนที่นั่งถัดไปจากเธอ ชายกลุ่มใหญ่หลากวัยแทบทั้งหมดในฝั่งคนดูบริเวณที่สองสาวนั่งมองมาทางชูออนด้วยสายตาแทบจะกินเลือดกินเนื้อ

"โธ่เว้ยยยยย!!! อุตส่าห์เสียเงินพนัน!!!" หลายคนในกลุ่มโวยวายขึ้นมาเสียงดังลั่น บางคนก็เอามือกุมหัว บางคนก็ตะคอกโวยวายกับเพื่อน บางคนก็มองจ้องเขม็งมาทางชูออน

"รีบออกไปจากตรงนี้ก่อนดีกว่านะชูออน" คิริฮะสะกิดเด็กสาวให้เดินออกมาด้วยกัน ชูออนรีบผงกหัวก่อนเดินตามคิริฮะออกมาเร็วจี๋

"คิริฮะ!!! ชูออน!!" คางาโตะรีบเข้ามาหาสองสาวหลังจากรับเงินรางวัลเสร็จ "ดูนี่สิ 5000 บารุล่ะ!!" เขาชูถุงเงินรางวัลที่เพิ่งได้รับมาอย่างภูมิใจ

"มีค่าเดินทางแล้ว!! เก่งมากๆเลยคางาโตะ!!" ชูออนแทบโผกอด แต่คางาโตะยั้งไว้ทัน

"ได้แผลมานี่ คางาโตะ!!" คิริฮะคว้ามือขวาคางาโตะขึ้นอย่างตกใจ

"สู้นี่นาคิริฮะ ก็ต้องได้แผลเป็นธรรมดา"

"แต่ว่า มันเป็นทางยาวเลยนะ แต่ว่า ทำไมเลือดไม่ออกมากล่ะ?" คิริฮะยังคงพินิจแผลที่แขนขวาของคางาโตะอย่างงงงัน

"อ๋อ แค่ถากน่ะ" คางาโตะมองพี่สาวที่ขี้ห่วงเกินไปของเขาด้วยสีหน้าอ่อนโยน ชูออนมองตามสายตาของคางาโตะและเข้าใจทันทีด้วยสัญชาตญาณของผู้หญิง . คางาโตะรักคิริฮะ . เพียงแต่คิดแค่นั้นหัวใจเธอก็แทบสลาย

"ลูกผู้ชายบาดเจ็บนิดหน่อยมันจะเป็นอะไรไป!!" ชูออนแขวะทันที เธอไม่ยอมแพ้หรอกน่า!! ไม่ว่าคางาโตะจะสนิทกับคิริฮะมากแค่ไหน ไม่ว่าคางาโตะจะใช้ชีวิตกับคิริฮะมานานแค่ไหน เธอก็จะไม่มีวันยอมแพ้ ในเมื่อเธอชอบคางาโตะแล้วนี่นา ถึงตอนนี้จะเป็นรักฝ่ายเดียวก็ช่าง!!

"มันก็ใช่หรอกนะ ข้าคงห่วงเกินไป เพราะตั้งแต่เราเข้าร่วมกับกองกำลังต่อต้านของหมู่บ้าน คางาโตะกับข้าก็ร่วมกันสู้ก็เลยไม่ค่อยมีแผลบาดเจ็บเท่าไหร่" คิริฮะกล่าวพลางยิ้มจางๆ

"จากนี้ไปก็คงจะได้แผลเพิ่มขึ้นล่ะนะ แต่ไม่เป็นไรหรอกน่า เพราะข้างกายข้าก็มีคนเก่งอยู่ตั้งสองคนนี่นา" คางาโตะกล่าวเป็นนัยๆแล้วมองชูออนสลับกับคิริฮะ

"มันแน่อยู่แล้ว!!" ชูออนขานรับทันที

"เจ้านี่น้า" คิริฮะหัวเราะคิก

"กลับที่พักกันเถอะ!!" คางาโตะชักชวนสองสาวกลับโรงแรมที่คิริฮะจองไว้ แล้วโยนถุงเงินขึ้นลงเล่นอย่างสบายอารมณ์

ขณะที่ทั้งสามคนกำลังเดินจนเกือบจะถึงที่พักแล้ว สายตาอันเฉียบคมของชูออนก็มองเห็นเงาดำๆนอนกองอยู่กับพื้นถนน

"อ๊ะ!! ดูนั่นสิ!!" ชูออนชี้ไปยังเงาที่ดูเหมือนเป็นคนนอนกองบนถนน

"คนนี่นา!?" คิริฮะอุทาน

"อือ คงเป็นลมล่ะมั้ง" คางาโตะรีบวิ่งเข้าไปดู "นี่!! เจ้า!! เป็นอะไรไปน่ะ!!" คางาโตะเขย่าตัวชายแปลกหน้าที่นอนคว่ำหน้ากับพื้นถนน

"แต่งตัวเหมือนนักธนูหรือพวกนักล่าสัตว์อสูรเลยนะ" คิริฮะออกความเห็น

"แล้วนักล่าสัตว์อสูรทำไมมานอนตายตรงนี้ล่ะ" ชูออนกล่าวเสริมอย่างแปลกใจ

"ยังไม่ตายซักหน่อย!! พวกเจ้าอย่ามากล่าวมั่วๆนะ!!" ชายหนุ่มแปลกหน้ากระโดดลุกขึ้นยืน พลางปัดฝุ่นออกจากเสื้ออย่างฉุนเฉียว

"อ้าว . ยังไม่ตายนี่นา!!" ชูออนกล่าวน้ำเสียงเหมือนเสียดาย

"ข้าแค่เหนื่อยจากการเดินทางเลยหลับไปแค่นั้นเอง!!"

"หลับ???" คิริฮะมองชายแปลกหน้าด้วยสายตางงงวย

"ก็ใช่น่ะสิ!! ข้าชื่อยู เป็นนักล่าสัตว์อสูร!!" ชายหนุ่มแนะนำตัวอย่างภาคภูมิใจ

"แล้วนักล่าสัตว์อสูรมาทำอะไรที่นี่ล่ะ?" คางาโตะกล่าวพลางมองยูด้วยสายตาที่แสดงออกมาว่าไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูดออกมาซักเท่าไรนัก

"เกิดเรื่องขึ้นน่ะสิ!!" ยูพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ที่ทะเลสาปการุ มีสัตว์อสูรสร้างความเดือดร้อน จนมีการตั้งค่าหัวคนที่กำจัดเจ้าสัตว์อสูรตนนั้นได้ด้วย!! แล้ว "

"ค่าหัวเท่าไหร่ล่ะ?" ชูออนชิงถามก่อนยูพูดจบ

"อ๋อ รู้สึกว่าราวๆ 3000 บารุ"

"ว้าว!! ตั้ง 3000 บารุแน่ะ!!!" ชูออนกล่าวเสียงใส "ไปกันไหมคางาโตะ!!" เธอหันไปถามเด็กหนุ่ม

"ก็ได้นะ แล้วคิริฮะล่ะ ว่าไง?" คางาโตะหันไปถามหญิงสาว

"ยังไงก็ได้ ข้าเองก็แล้วแต่เจ้า" คิริฮะให้คางาโตะเป็นคนตัดสินใจ

"ตกลง!! งั้นพวกเราจะไปกับเจ้า" คางาโตะบอกยูที่ยืนรอคำตอบ

"จริงเหรอ!! แล้วเงินรางวัลจะแบ่งกันยังไงล่ะ?? เอ่อ เจ้าชื่อ??" ยูได้ยินคำตอบของคางาโตะแล้วแทบหุบยิ้มไม่ได้ แต่ทว่าเขาก็พบกับปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง ในเมื่อเงินรางวัลแค่ 3000 บารุ จะแบ่งกันยังไงล่ะ

"จริงสิ ลืมแนะนำตัวไป ข้าชื่อคางาโตะ แล้วนี่พี่สาวของข้าคิริฮะ ส่วนนั่นเพื่อนเดินทางชื่อชูออน"

"ไม่เห็นจะต้องแนะนำตัวเลยแค่ร่วมงานกับแปบเดียว ส่วนแบ่งที่ถามเมื่อกี้ก็แบ่งหาร 4 เท่ากันไง" ชูออนจ้องยูอย่างรำคาญ

"ห๋า!!! หาร 4 ไม่ยุติธรรมนี่ ในเมื่อพวกเจ้าอยู่กลุ่มเดียวกัน ข้าอยู่คนละกลุ่มกับเจ้าก็เหมือนได้ส่วนแบ่งน้อยที่สุดนี่นา!!" ยูเถียงเสียงหลง

"จะไม่ยุติธรรมได้ยังไง!! ก็แบ่ง 4 ส่วนถูกแล้ว ก็มีด้วยกัน 4 คนนี่นา!!" ชูออนเถียงกลับ

"ข้าก็คิดเหมือนชูออน ถ้าเจ้าคิดว่าไม่ยุติธรรมพวกเราจะหาข่าวสารและเดินทางไปกันเอง" คิริฮะที่ยืนเงียบฟังยูและชูออนเถียงอยู่เนิ่นนานกล่าวตัดบท

" . อย่างนั้นก็ได้" ในที่สุดยูก็ต้องยอมจำนนกับการตัดสินใจครั้งสุดท้ายที่เฉียบขาดของคิริฮะ ถ้าให้เขาไปสู้ตัวต่อตัวกับสัตว์อสูรนั่นคงไม่ไหว หรือถ้าให้พวกคางาโตะไปหาข่าวสารและสู้กับสัตว์อสูรเองแล้วชนะเขาเองก็ไม่ได้รับส่วนแบ่งแม้แต่สักเสี้ยวเดียว ยอมขาดทุนหน่อยก็ได้ฟะ!! ยูคิดในใจทั้งน้ำตา

"งั้นก็นำทางไปเลยยู!!" คางาโตะกล่าว ก่อนที่ยูจะนำทางทั้งหมดออกจากนครแห่งพสุธาไปยังทะเลสาปการุ

------------------------------------------------------------------------

ขนาดแค่ครึ่งเดียวเองนะเนี่ย -*-

รู้สึกหมดแรงยังงัยมะรุง่ะ เหอๆ

ขอคอมเม้นเช่นเคยนะคะ >w<

edit @ 29 Dec 2007 01:13:21 by Neii ~ Fic

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home